Author Archives: admin

โดนัท ลดน้ำหนัก รู้เรื่องโรคอ้วนในบางมุมมอง

มาทำความเข้าใจโรคอ้วนในบางแง่มุม รู้เรื่องโรคอ้วนในบางมุมมอง คนอ้วนในโลกนี้นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นๆเพราะเหตุว่ามากับความมีเงินมีทองเยอะขึ้น ที่สหรัฐอเมริกา โดนัท ลดน้ำหนัก มีคนเป็นโรคอ้วนกันมากมายโดยประมาณ 30% จำนวนนี้ยังไม่นับภาวการณ์น้ำหนักเกินอีก 60% มีการผ่าตัดลดหุ่นกันถึงปีละราว 200,000 ราย มีการเรียนรู้เรื่องโรคอ้วนกันจริงจังเยอะแยะ นำไปสู่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกเกี่ยวกับโรคนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ

โรคอ้วนหมายถึงภาวการณ์ที่มีดัชนีมวลกาย เกิน 30 แนวทางคำนวณหาค่าดรรชนีมวลกายเป็นน้ำหนักตัว (โล) หารด้วย ความสูง(เมตร) 2 ครั้ง

สำหรับการลดความอ้วนมีความรู้ไม่ถูกในวิธีการว่า “ของกิน (แคลอรี)เข้าพอๆกับพลังงานออก” จะก่อให้กำเนิดความสมดุล แต่ว่าในคนเป็นโรคอ้วนสูตรนี้ มิได้ไม่อ้อมค้อม โดนัท ลดน้ำหนัก ธรรมดาคนเดินดินถ้าหากคิดตามกฎของ หากลดการกิน 100 แคลอรีต่อวัน โดยที่อันอื่นไม่เปลี่ยนแปลงจะได้ผลให้น้ำหนักต่ำลง 50 ปอนด์ในเวลา 5 ปี แม้กระนั้นในคนอ้วนลดได้เพียงแค่ 10 ปอนด์

การลดหุ่นโดยลดการกินนั้นยาก เนื่องจากการลดการกินลงในช่วงแรกน้ำหนักจะต่ำลงเร็ว แต่ว่าถัดมาก็จะทรงตัวเป็นแถวราบ จากนั้นการลดความอ้วนจะยากขึ้น เหตุเพราะมีการเปลี่ยนแปลงการเผาไหม้ ของร่างกาย แล้วก็การบริหารร่างกายของคนอ้วนจะมีผลให้รับประทานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กรรมพันธุ์ของโรคอ้วน มีสถิติที่น่าดึงดูดเป็น…
หากบิดาหรือแม่ผู้ใดผู้หนึ่งอ้วน ลูกจะอ้วนราวๆ 25-50%
ถ้าหากอีกทั้งบิดาอีกทั้งแม่อ้วน ลูกจะอ้วน 75%
ผู้ที่เคยอ้วนตอนวัยรุ่น 80% จะอ้วนตอนเป็นผู้ใหญ่70% ของโรคอ้วนเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากกรรมพันธุ์หรือยีน กรรมพันธุ์ส่งผลต่ออัตราการเผาผลาญอาหาร ฮอร์โมน โดนัท ลดน้ำหนัก การส่งผ่านสัญญาณทางระบบประสาทแล้วก็เซลล์ไขมันที่เอื้อต่อการเกิดโรคอ้วน การมีความเอนเอียงที่จะอ้วนบางทีอาจจะไม่มีกรรมพันธุ์ (ยีน) โดยตรง แต่ว่ามีต้นเหตุมาจากอิทธิพลของแม่ที่อ้วนซึ่งมีผลต่อลักษณะการทำงานของยีน ของลูกในท้องเรียกว่า ซึ่งเป็นกลไกความเคลื่อนไหวที่นอกจากไปจากการที่เปลี่ยนการจัดตัวของสารพัดธุบาปหรือดีเอ็นเอ
นอกเหนือจากนี้อิทธิพลจากสภาพแวดล้อมก็สามารถเปลี่ยนการแสดงออกของยีนได้ด้วย อย่างเช่น แม่อ้วนที่เป็นโรคเบาหวานทำให้ลูกมีความเอนเอียงที่จะเป็นโรคเบาหวาน แม่ที่ดื่มน้ำตาลมากมายจะก่อให้ยีนที่ปฏิบัติภารกิจเผาผลาญน้ำตาลถูกกดการทำงาน การเช็ดกกดการปฏิบัติงานนี้ถูกส่งผ่านไปสู่ลูกในท้อง เด็กเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นมาเวลาไปดื่มน้ำตาลแล้วจะอ้วนได้ง่าย

สรีรวิทยาบางสิ่งของการกิน
การกินของกินเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญที่สุดต่อสมอง การกินจะไปกระตุ้นตัวรับทราบสารเคมีในไส้แล้วส่งสัญญาณไปสู่สมอง สมองก็จะกระทำการประเมินผลแปรสัญญาณส่งคืนไปสู่ร่างกายให้ดำเนินงาน เกรลิน เป็นฮอร์โมนส่งสัญญาณตัวหนึ่งที่สโมสรกับโรคอ้วน ฮอร์โมนจำพวกนี้ถูกสร้างโดยเซลล์ของกระเพาะ มีฤทธิ์กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความหิว การกินของกินไขมันสูงส่งผลยั้งฮอร์โมนเกรลินได้ไม่ดีทำให้หิวได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น สารตัวนี้ทำให้มีการหลั่งสารอินซูลินมากขึ้นเรื่อยๆ มีการสะสมกรดไขมันในเซลล์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาหารเสริมโดนัท ทำให้ผลักดันความอ้วน ยิ่งกว่านั้นเกรลินยังสามารถเขยื้อนผ่านฝาผนังกันระหว่างเส้นโลหิตแล้วก็เซลล์สมอง มีฤทธิ์ช่วยลดความรู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจ แล้วก็ปลดปล่อยให้สารสเตียรอยด์ออกมาสู่กระแสโลหิต

สารช สารตัวนี้มีฤทธิ์ทำให้มีความรู้สึกอิ่ม ถูกสร้างโดยไส้ส่วนปลายภายหลังทานอาหารไปแล้ว 10-20 นาที แม้กระนั้นการกินของกินเร็วเหลือเกิน จะมิได้ผลบุญของสารตัวนี้สำหรับเพื่อการลดการกิน
การกำเนิดรวมทั้งความเจริญของเยื่อไขมันเกิดขึ้น เวลาที่เด็กแรกคลอดอยู่ในท้องแม่ตอนไตรมาสที่ 2 เยื่อไขมันแบ่งได้เป็น 2 จำพวกเป็นเยื่อไขมันสีขาว แล้วก็ เยื่อไขมันสีน้ำตาล โดยปกติไขมันใต้ผิวหนังปฏิบัติหน้าที่เป็นกันชนไขมันในท้อง ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเผาไหม้พลังงาน เยื่อไขมันสีขาวปฏิบัติภารกิจเก็บกักไขมันแล้วก็ผลิตฮอร์โมนหลายตัว ในช่วงเวลาที่เยื่อไขมันสีน้ำตาลปฏิบัติหน้าที่สร้างความร้อนรวมทั้งถูกกระตุ้นด้วยการบริหารร่างกายและก็ความเย็น
เลปตำหนิน เป็นฮอร์โมนอีก ถูกทำขึ้นโดยเยื่อไขมันสีขาว ระดับของเลปติเตียนนขึ้นกับจำนวนไขมันภายในร่างกาย ฮอร์โมนประเภทนี้มีฤทธิ์ทำให้ความต้องการของกินน้อยลง ก็เลยทานอาหารลดลง และก็เพิ่มอัตราการใช้พลังงานของร่างกาย ก็เลยช่วยลดหุ่น สารประเภทนี้จะลดน้อยลงอย่างเร็วเมื่อพวกเราไม่กินอาหาร ผู้ที่เป็นโรคอ้วนมีแรงต้านทานต่อเลปติเตียนน ก็เลยทำให้การใช้พลังงานลดน้อยลงรวมทั้งลดความอ้วนไม่ได้เรื่อง
เซลล์ไขมัน
เซลล์ไขมันที่มีขนาดเล็ก (คนไม่อ้วน) จะส่งผ่านออกสิเจนรวมทั้งสารอื่นๆได้ง่ายเพราะว่าระยะทางส่งผ่านสั้น ตรงกันข้ามกับเซลล์ไขมันที่อ้วน ซึ่งทำให้เซลล์ขาดออกสิเจน อาหารเสริมโดนัท แปลงการเผาไหม้จากกรรมวิธีที่ใช้ออกสิเจน ไปเป็นกระบวนที่ไม่ใช้ออกสิเจน ส่งผลให้การผลิตพลังงานไม่มีคุณภาพ กำเนิดกรดแลคติกมากมายก็เลยไม่มีแรงได้ง่าย คนอ้วนก็เลยบริหารร่างกายแล้วอิดโรยง่าย

ปริมาณเซลล์ไขมันของผู้คนจะมากขึ้นจนถึงถึงตอนวัยรุ่น จากนั้นปริมาณเซลล์จะไม่มากขึ้นอีก คนแก่ที่อ้วนขึ้นเกิดขึ้นจากการที่ไขมันไปสะสมในเซลล์ ทำให้เซลล์มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ว่าปริมาณเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเซลล์ไม่เพิ่มตาม ก็เลยทำให้ขาดออกสิเจนมากเพิ่มขึ้นรวมทั้งมีการอักเสบขึ้น การอักเสบที่เกิดกับเยื่อบุเส้นเลือดทั่วร่างกายส่งผลให้การส่งผ่านอินซูลินไปสู่เซลล์เสียไป เป็นเหตุให้เกิดโรคเบาหวานจำพวกที่ดื้อรั้นต่ออินซูลิน (อินซูลินเป็นสารที่พาน้ำตาลไปสู่เซลล์หากมันดำเนินงานมิได้ก็จะกำเนิดโรคเบาหวาน) รวมทั้งทำให้เซลล์ตับไม่อาจจะเก็บกักน้ำตาลเดกซ์โทรส ก็เลยเอื้อต่อการเกิดไขมัน พอกตับแล้วก็สภาวะอินซูลินสูง

การบริหารร่างกายในคนเป็นโรคอ้วนไม่สามารถที่จะลดความอ้วนได้เนื่องจากจะต้องออกแรงมากเกิน แม้กระนั้นการบริหารร่างกายในคนอ้วนทำให้เบาหวานทุเลาลง อาหารเสริมโดนัท ทำให้แก่ยืนขึ้น ทำให้ภาวการณ์ จากที่กล่าวมาข้างต้นทราบหรือเปล่า

เป็นโรคอ้วน (เป็น มากยิ่งกว่าหรือพอๆกับ 30) มีอุบัติการณ์ของโรคต่างๆมากยิ่งกว่าธรรมดา เป็น

โรคความดันเลือดสูง 51% ยิ่งไปกว่านี้ยังพบว่าผู้ที่อว้นอ้วน ทำให้ความดันในท้องเยอะขึ้น ส่งผลให้ต่อมหมวกไตหลั่งสารแอบโดสเตอโรนมากขึ้น เพิ่มการเสี่ยงการเกิดความดันเลือดสูงอีกทางหนึ่ง

โรคไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ 85% ในตอนที่คนไม่อ้วนเป็นโรคนี้เพียงแต่ 15% โดนัท ลดน้ำหนัก โรคตับอักเสบ 40%

ตายจากโรคมะเร็ง 52% โดยพบว่าผู้ที่เป็นโรคอ้วนได้โอกาสเป็นโรคมะเร็งได้มากกว่าคนธรรมดา ถึง 15-20% คนอ้วนควรต้องระวัง แล้วก็ควรจะตรวจคัดเลือกกรองโรคมะเร็ง ตัวอย่างเช่น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ฯลฯ

มีอุบัติการณ์ของโรคข้ออักเสบและก็โรคหอบหืดมากขึ้นเป็นโรคอ้วนจะมีโรคหลายแบบก่อนวัยเป็นโรคหัวใจขาดเลือด , เบาหวานจำพวกที่ 2, โรคประสาทเสื่อม แล้วก็ไตวาย
โรคหยุดหายใจในขณะนอนกำเนิดหลายครั้งในคนเป็นโรคอ้วน โรคนี้ทำให้ขาดออกสิเจน ซึ่งส่งผลทางอ้อมทำให้อ้วนมากเพิ่มขึ้นด้วย
โรคอ้วนเป็นโรคที่เลี่ยงได้ แต่ว่าบางครั้งก็อาจจะไม่ง่าย อาหารเสริมโดนัท จะต้องมีวิชาความรู้ มีการเรียน ซึ่งทำให้เปลี่ยนแปลงการกระทำไปในทางที่

kinto detox การดีท็อกซ์ คืออะไร การดีท็อกซ์ คือ การล้างพิษ

kinto detox การดีท็อกซ์ คืออะไร การดีท็อกซ์ คือ การล้างพิษ การล้างพิษมีหลายวิธี ได้แก่ การอาบน้ำ การอบ การนวด ร่างกายขับเหงื่อออกทางผิวหนัง ก็เป็นการล้างพิษ ขจัดเอาพิษออกและการสวนล้างลำไส้ ก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้วยังช่วยให้อวัยวะและระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างสมดุลอีกทั้งช่วยบำรุงผิวพรรณผ่องใส เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันและรักษาโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีกระบวนการล้างพิษกาีรล้างพิษในร่างกาย ที่จะทำให้มีสุขภาพที่ดี จำเป็นต้องบำรุงรักษาทั้งร่างกายและจิตใจจึงควรล้างพิษผ่านวิธีทั้ง 5 ได้แก่- กินเพื่อล้างพิษ กินอาหารล้างพิษ กินอาหารปรับสมดุลรักษาโรค- อดเพื่อล้างพิษ การอดอาหาร เพื่อให้ร่างกายได้พัก เพื่อเป็นการเก็บกวาดของเสีย และสารพิษออกไป- ฝึกลมปราณเพื่อล้างพิษ ฝึกลมปราณสร้างกำลังภายใน เพื่อขับของเีสีย ขับพิษออก- ฝึกสมาธิเพื่อล้างพิษทางจิตใจ ฝึกสมาธิเพื่อรักษาโรค- สวนลำไส้เพื่อล้างพิษ เพื่อขจัดของเสีย ขับสารพิษออกจากลำไส้ และตับกิน…ล้างพิษสามารถหลีกเลี่ยงอาหารมีพิษได้ง่ายๆ โดยงดเว้นอาหารหมักดอง อาหารขัดขาวหรือฟอกสี รวมไปถึงอาหารสำเร็จรูป แล้วเลือกกินผักสดเลือกแบบไม่มีสารปนเปื้อนหรือล้างเอายาฆ่าแมลงออกให้หมดยิ่งประเสริฐ กินข้าวกล้อง ข้าวมันปูแทนข้าวขาว น้ำตาลทรายแดงแทนน้ำตาลขัดขาว ที่สำคัญกินอาหาร โดยที่ไม่เลือกกินเนื้อสัตว์ แป้ง น้ำตาล มากจนเกินไปแต่สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย มีทางเลือกง่ายๆ คือปั่นน้ำผัก น้ำผลไม้ดื่มเป็นประจำ ก็ช่วยล้างพิษได้ค่ะ(แต่ควรทานตอนท้องว่างนะค่ะ ไม่ควรทานหลังอิ่มข้าวใหม่ๆ เพราะข้าวจะไปขัดขวางการดูดซึม)

มีคำกล่าวว่า “คนกินมากก็ป่วยมาก” คนเราป่วยเพราะกินมีเพิ่มขึ้นจริงๆ ค่ะ การล้างพิษวิธีที่สองจึงชักชวนให้หันมาอดล้างพิษกันดูบ้าง
ซึ่งทางการแพทย์ระบุว่า มนุษย์เราสะสมพลังงานในรูปไขมันและพลังงานไว้เพียงพอต่อการอดอาหารประมาณ 1-2 วัน ได้โดยไม่เจ็บป่วยเชียวนะ

ข้อดีของการอด
คือลดการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น กระเพาะก็ไม่ต้องย่อยอาหาร ลำไส้ก็ไม่ต้องดูดซึม อวัยวะภายในอื่น ๆ ก็จะทำงานน้อยลง
ซึ่งหากคนเราใช้งานกระเพาะหรืออวัยวะภายในส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป ร่างกายก็จะสร้างสารพิษที่เรียกว่ามะเร็งนั่นเองค่ะ
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มอดอาหาร สามารถเริ่มต้นด้วยการกินผลไม้ หรือน้ำผลไม้ตลอดทั้งวันก่อนก็ได้ แต่ก่อนการอด ควรจะให้แพทย์
ตรวจร่างกายก่อน และในวันที่อดอาหารก็ไม่ควรทำงานหนักด้วยค่ะ
ฝึกลมปราณ เพื่อขจัดพิษออก kinto detox

โดยปกติคนเราจะหายใจช่วงสั้นและตื้นไม่ได้ใช้ความสามารถของปอดที่สามารถขยาย และหดอย่างเต็มที่ จึงทำให้ปอดไม่ได้หายใจเอาอากาศดี
เข้าและขับอากาศเสียออกจากร่างกายอย่างเต็มที่ ปอดจึงไม่สามารถฟอกโลหิต ให้สดใสสมบูรณ์ดีเท่าที่ควรเป็นผลให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย

การฝึก “ ลมปราณ ” จะช่วยป้องกันและรักษาท่านหายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ และการฝึกลมปราณก็ต้องอาศัยการฝึกจิตให้สงบก่อน

การฝึกลมปราณนี้ก็คล้ายกับการฝึกสมาธิ ต่างกันเพียงแต่ฝึกสมาธิทั่วไป ไม่ได้เน้นหนักให้หายใจลึก
แต่ฝึกลมปราณ เน้นหนักให้หายใจลึก ๆ ด้วยใจที่เป็นสมาธิ พอมีจังหวะ 5-10 นาที เราก็สามารถเดินลมปราณ
โดยไม่จำเป็นต้องหลับตาเพียงแต่ค่อยๆ ถอนหายใจให้ลึกตามแบบฝึกลมปราณด้วยสมาธิ อันจดจ่อกับลมหายใจเข้าออก
เมื่อฝึกจนคล่องตัวแล้ว เวลาอากาศหนาวๆ kinto detox เราก็เดินลมปราณสักครู่หนึ่ง ก็จะเพิ่มความอบอุ่นในร่างกายขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรง
ไม่เป็นหวัดได้ง่ายด้วย การฝึกลมปราณอยู่เสมอ ยังเป็นการรักษาโรคปวดเมื่อยตามเอ็นตามข้อ
ฝึกสมาธิ… ล้างพิษในใจ

คนที่ฝึกสมาธิได้ระดับหนึ่งร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินหรือสารแห่งความสุขออกมาค่ะ และเมื่อร่างกายสงบ เกิดสมาธิ หัวใจจะเต้นช้าลง
ลมหายใจที่เคยสั้นเพราะเครียดก็จะยาวขึ้น เมื่อควบคุมลมหายใจได้ทำให้ปอดขยาย z่างกายก็สามารถปรับออกซิเจนได้มากขึ้น เกิดกระบวนการ
เผาผลาญไขมัน ลดการอักเสบในระบบภูมิคุ้มกัน ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดขาวที่เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้มากขึ้น แถมทำให้คลื่นสมองเป็น
ระเบียบ ช่วยให้มีความจำดีขึ้น

ความเครียดของมนุษย์ทำให้เกิดโรคภัยมากมาย โดยร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียด ทำให้ภูมิคุ้มกันภายในลดลง
และทำให้เกิดเชื้อไวรัสและการติดเชื้อต่างๆ พร้อมกับทำให้ลุกลามไปมากขึ้น

ดังนั้น เมื่อทราบสาเหตุดังกล่าวว่าโรคทางกายนั้นเกิดจากโรคทางใจ วิธีเดียวที่จะบำบัดภาวะดังกล่าว คือ การทำวิปัสสนากรรมฐาน
การเจริญสติและฝึกสมาธิ โดยสามารถทำให้เกิดปัญญา ซึ่งจะช่วยรักษาโรคร้ายทางกายของเราได้

ที่ต่างประเทศมีการทดลองว่าในภาวะที่กำลังเข้าสู่สมาธิ หรือในสภาวะที่ถูกสะกดจิตให้สงบมาก ๆ นั้น ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงาน
ในร่างกายน้อยลง จะทำให้หัวใจ การหายใจ และชีพจรโลหิตทำงานช้าลง ทำให้การเผาผลาญเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
และการเกิดสารอนุมูลอิสระลดน้อยลงด้วย โดยจะทำให้การก่อเซลล์มะเร็ง และการเกิดโรคร้ายก็จะน้อยลง kinto detox.

แชมพูยาจีน ลักษณะทั่วไปของ ผมร่วง ผมบาง

แชมพูยาจีน ลักษณะทั่วไปของ ผมร่วง ผมบาง ผมร่วง ผมบาง เป็นภาวะที่พบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยมีสาเหตุมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจาก กรรมพันธ์ หรือมีสาเหตุมาจากโรคต่าง ๆ อาทิเช่น โรคมะเร็ง, โรคเอสแอลดี, โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ, โรคทางต่อมไทรอยด์, โรคไทฟอยด์, โรคซิฟิลิส, โรคไต เป็นต้น สาเหตุที่พบบ่อย และวิธีการรักษา 1. ผมร่วง จากกรรมพันธุ์ ส่วนใหญ่มักจะพบในเพศชาย รากผม มีความไวต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ เส้นผม มีอายุสั้นกว่าปกติ และ เส้นผม ที่เกิดใหม่มีขนาดเล็กและบางลง เห็นเป็นเส้นขนอ่อน ๆ ทำให้บริเวณนั้นดู ผมบาง ลง ส่วนมากจะเป็นบริเวณกลางศีรษะ และหน้าผาก เริ่มสังเกตได้เมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป และจะเห็นชัดมากขึ้น ส่วนผู้หญิง มักจะเริ่มแสดงอาการหลังวัยหมดประจำเดือน ทำให้ดู ผมบาง ลง วิธีการรักษา ในปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้ป้องกันและรักษาที่ได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ ยาส่วนใหญ่ที่ใช้จะเป็นยาที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น minoxidill, finastericde หรือ dutasteride ยาเหล่านี้ เมื่อหยุดใช้ ผม ก็จะกลับมาร่วงอีก การรักษาส่วนใหญ่ จึงควรจะเป็นการรักษาด้านกายภาพซึ่งจะมีผลข้างเคียงน้อยกว่า ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ ผมร่วง ผมบาง ให้กลับมาดีขึ้นได้ และชะลอการ หลุดร่วง ของ เส้นผม 2. ผมร่วง ตามธรรมชาติ โดยปกติแล้ว เส้นผม ของคนเรามีประมาณ 80,000 – 1,200,000 เส้น จะมีประมาณ 85-90% ที่อยู่ในช่วงที่มีการเจริญงอกงาม และยาวขึ้นวันละประมาณ 0.35 มิลลิเมตร และมีอายุนาน 2-6 ปีโดยปกติคินเราจะมี ผมร่วง เป็นประจำทุกวัน แต่ไม่เกินวันละ 30-50 เส้น ซึ่งถือว่าเป็น ผมร่วง ตามธรรมชาติ หลังจากนั้นก็มีเส้นผมใหม่งอกขึ้นมาแทน วนเวียนไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับเซลล์ของผิวหนังที่มีบางส่วนที่ตาย และหลุดลอกออกมาเป็นขี้ไคลทุกวัน แชมพูยาจีน.

แชมพูยาจีน วิธีการรักษา แชมพูยาจีน by noon

อย่าวิตกกังวลมากเกินไป ลองสังเกตอาการดูซักระยะ ถ้าไม่ดีขึ้น ควรไปตรวจสุขภาพ ดูว่าเป็นโรคต่าง ๆ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด ผมร่วง หรือไม่

3. ผมร่วง จากโรคอื่น ๆ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคเอสเอลอี , โรคมะเร็ง, โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ, โรคทางต่อมไทรอยด์, โรคไทฟอยด์, โรคซิฟิลิส, โรคไต เป็นต้น ก็อาจมีอาการ ผมร่วง ผมบาง ร่วมกับ อาการของโรคเหล่านี้ เช่น เป็นไข้เรื้อรัง ปวดตามข้อ มีผื่นปีกผีเสื้อขึ้นที่หน้า ต่อมน้ำเหลืองโต เป็นต้น แชมพูยาจีน

วิธีการรักษา

สำหรับโรคซิฟิลิส หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล เพื่อตรวจเลือดหา วีดีอาร์แอล (VDRL) ถ้าเป็นโรคนี้จริง ควรให้การรักษาแบบซิฟิลิส ระยะที่ 2 (ดูโรคที่ ซิฟิลิส) ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องมักทำให้กลายเป็นซิฟิลิสระยะที่ 3 ซึ่งเป็นอันตรายได้

4. ผมร่วง จากยาและการฉายรังสี

ยาที่อาจทำให้เกิดอาการ ผมร่วง มีอยู่หลายชนิด เช่น ยารักษามะเร็ง, ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) เช่น เฮพาริน (Heparin), ยารักษาคอพอกเป็นพิษ, ยาคุมกำเนิด,คอลชิซีน, อัลโลพูรินอล (Allopurinol) ซึ่งใช้ป้องกันโรคเกาต์, แอมเฟตามีน (Amphetamine) เป็นต้น นอกจากนี้ การฉายรังสีในการรักษามะเร็ง ก็อาจทำให้ ผมร่วง ได้

วิธีการรักษา

หากสงสัย ควรแนะนำให้ผู้ป่วยกลับไปปรึกษาแพทย์ที่รักษาอยู่เดิม

5. ผมร่วง จากเชื้อรา

โรคเชื้อราที่ศีรษะ (กลากที่ศีรษะ) อาจพบได้บ่อยในเด็ก แต่จะไม่ค่อยพบในผู้ใหญ่ เกิดจากการติดเชื้อรา ซึ่งมักจะลุกลามจากบริเวณอื่นของร่างกาย โรคนี้ทำให้ ผมร่วง เป็นหย่อม ๆ คล้ายโรคผมร่วงหย่อมไม่ทราบสาเหตุ แต่จะมีลักษณะขึ้น เป็นผื่นแดง คันและเป็นขุยหรือสะเก็ด นอกจากนี้มักจะพบร่องรอยของโรคเชื้อรา (กลาก) ที่ มือ เท้า ลำตัวหรือในบริเวณร่มผ้าร่วมด้วย การขูดเอาขุยที่หนังศีรษะ หรือเอา เส้นผม ในบริเวณนั้นมา ละลายด้วยน้ำยาโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) แล้วส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะพบเชื้อราที่เป็นสาเหตุ

วิธีการรักษา

ควรรับประทานยาฆ่าเชื้อรา ได้แก่ กริซีโอฟุลวิน ซึ่งอาจต้องให้นาน 6-8 สัปดาห์

6 ผมร่วง จากการทำผม

การทำ ผม ด้วยการม้วน ผม ดัดผม เป่าผม หรือวิธีอื่น ๆ อาจทำให้มีอาการ ผมร่วง ได้ บางรายถึงขั้นรุนแรงขนาดอยู่เฉย ๆ ก้อเห็น ผมร่วง หล่นลงมาอย่างเห็นได้ชัด

วิธีการรักษา

ไม่ควรใช้วิธีการทำผมที่รุนแรง เช่นดึงผมอย่างแรง หรือใช้น้ำยาทำผมจากสารเคมีที่แรงเกินไป นอกจากนั้น ควรใช้แชมพูสูตรอ่อนละมุน หมั่นสระผม เช้า-เย็น เพื่อขจัดน้ำยาต่าง ๆ ที่แพ้ได้อย่างทันท่วงที

7. ผมร่วง จากการถอนผม

พบได้บ่อยในเด็กที่มีปัญหากดดันทางจิตใจด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น ปัญหาทางครอบครัว ปัญหาการเรียน เป็นต้น เด็กบางคนอาจถอนผมเล่นจนเป็นนิสัย โดยไม่มีปัญหาทางจิตใจก็ได้ (เรียกอาการนี้ว่า Trichotillomania) ผู้ป่วยจะถอนผมตัวเองเล่น จน ผมร่วง หรือ ผมแหว่ง บางคนอาจเอามาเคี้ยวกินเล่น ถ้ากินมาก ๆ อาจทำให้เกิดการอุดตันของกระเพาะลำไส้ได้ เด็กบางคนอาจถอนผมเฉพาะตอนก่อนนอน ซึ่งจะพบว่ามีเส้นผมตกอยู่ตามหมอนทุกวัน เส้นผมเหล่านี้จะไม่มี ต่อม รากผม หนังศีรษะบริเวณที่ ผมร่วง จะไม่มีผื่นคัน หรือเป็นขุย และจะพบเส้นผมที่เป็นตอสั้น ๆ อยู่มาก เนื่องจากผู้ป่วยถอนออกไม่ถนัด

วิธีการรักษา

อธิบายให้ผู้ปกครองทราบถึงสาเหตุ และหาทางห้ามปรามเด็กมิให้ ถอนผม เล่น ถ้าหยุดถอนผมก็จะขึ้นได้เองในรายที่มีปัญหาทางจิตใจ อาจให้ยากล่อมประสาท เช่น ไดอะซีแพม ถ้าไม่ได้ผลควรปรึกษาจิตแพทย์

8. รอยแผลเป็นที่หนังศีรษะ

รอยแผลเป็นที่หนีงศีรษะ อาจเกิดจากบาดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ถูกสารเคมี หรือเกิดจากการติดเชื้อ รุนแรงจากแบคทีเรีย (เช่น ฝี พุพอง ชันนะตุ) เชื้อรา (เช่น กลาก) หรือ งูสวัด ทำให้เป็นแผลเป็น ไม่มี ผม ขึ้นอย่างถาวร

วิธีการรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาอย่างได้ผล ถ้าจำเป็นอาจต้องทำการผ่าตัด ปลูกผม

9. ผมร่วง เป็นหย่อม

อาจมีสาเหตุจากเชื้อรา (กลาก), ซิฟิลิส, การถอนผม, รอยแผลเป็น หรือสาเหตุอื่น ๆ แต่มี โรคผมร่วงเป็นหย่อม อยู่ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด เรียกว่า “โรค ผมร่วง ย่อมไม่ทราบสาเหตุ (Alopecia areata)” เป็นภาวะที่พบได้เป็นครั้งเป็นคราว พบมากในวัยหนุ่มสาว พบน้อยในคนอายุเกิน 45 ปี ขึ้นไป ทั้งหญิงและชายมีโอกาสเป็นเท่า ๆ กัน ภาวะเครียดทางจิตใจอาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการได้ ผู้ป่วยจะมีอาการ ผมร่วง เฉพาะที่ ทำให้ ผม แหว่งหายไปเป็นหย่อม ๆ มีลักษณะกลมหรือรี ขอบเขตชัดเจน ตรงกลางไม่มี เส้นผม แต่จะเห็นรูขุมขน หนังศีรษะในบริเวณนั้นเป็นปกติทุกอย่าง ไม่แดง ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่เป็นสะเก็ด หรือเป็นขุย ในระยะแรกจะพบ เส้นผม หักโคนเรียงอยู่บริเวณขอบ ๆ บางคนอาจพบ แชมพูยาจีน เส้นผม สีขาวขึ้นในบริเวณนั้นผู้ป่วยอาจมี ผมร่วง เพียง 1-2 หย่อม หรืออาจมากกว่า 10 หย่อม ถ้าเป็นมากอาจลุกลามจนทั่วศีรษะ จนไม่มี เส้นผม เหลืออยู่เลยแม้แต่เส้นเดียว บางคนอาจมีอาการ ขนตา และ ขนคิ้ว ร่วงร่วมด้วย เรียกว่า “ผมร่วงทั่วศีรษะ (Alopecia totalis)” ผู้ป่วยส่วนมากจะหายได้เองตามธรรมชาติ แต่อาจกินเวลาเป็นปีกว่าจะหาย (ประมาณ 50% ของผู้ป่วยหายภายใน 1 ปี ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วย จะมี ผม ขึ้นภายใน 5 ปี) บางคนเมื่อหายแล้ว อาจกำเริบได้ใหม่เป็น ๆ หาย ๆ บ่อยครั้ง ประมาณ 40% ของผู้ป่วยจะกำเริบซ้ำอีกภายใน 5 ปี หรือไม่อาจมีคนอื่น ๆ ในครอบครัวเป็นโรคนี้ด้วย (โดยที่ไม่ได้เป็นโรคติดต่อแต่อย่างไร)บางครั้งอาจพบร่วมกับโรคอื่น ๆ เช่น ต่อมไทรอยด์อักเสบจากออโตอิมมูน, โรคแอดดิสัน,โรคด่างขาว เป็นต้น

วิธีการรักษา

หากสงสัย ควรแนะนำไปตรวจที่โรงพยาบาล อาจต้องเจาะเลือดตรวจหาวีดีอาร์แอล หรือขูดเอาหนังส่วนนั้นไปตรวจ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เกิดจากซิฟิลิส หรือเชื้อรา ถ้าเป็นโรค ผมร่วง หย่อมไม่ทราบสาเหตุ ก็ให้ใช้ครีมสเตอรอยด์ เช่น ครีมไตรแอมซิโนโลนอะเซโทไนด์ หรือ ครีมบีตาเมทาโซนขนาด 0.1% หรือทาด้วยขี้ผึ้งแอนทราลิน (Anthralin) ขนาด 0.5% วันละครั้ง ถ้าไม่ได้ผลใน 1 เดือน ก็อาจฉีดยาสเตอรอยด์ (เช่น ไตรแอมซิโนโลนอะเซโทไนด์) เข้าใต้หนังในบริเวณที่เป็นทุก 2 สัปดาห์ในรายที่เป็นรุนแรง ( ผมร่วง ทั้งศีรษะ) อาจต้องให้เพร็ดนิโซโลน ชนิดกินยาเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ ผมงอกเร็ว ขึ้น

10. ผมร่วง เนื่องจากผมหยุดเจริญชั่วคราว

ปกติ เส้นผม ของคนเราจะมีอายุนาน 2-6 ปี แล้วจะหยุดการเจริญงอกงาม ในแต่ละวันจึงมี เส้นผม ประมาณ 10%-15% ที่เสื่อมและหลุดร่วงไปแต่ในบางภาวะ เส้นผม ที่กำลังเจริญอาจหยุดการเจริญในทันที ทำให้มี เส้นผม เสื่อมและหลุดร่วงเพิ่มจำนวนมากกว่าปกติ (เช่น เพิ่มเป็น 30%) ดังนั้นจึงทำให้เกิดอาการ ผมร่วง มากกว่าปกติได้ สาเหตุที่ทำให้ผมหยุดการเจริญชั่วคราว ที่พบได้บ่อย เช่น

10.1 ผู้หญิงหลังคลอด มัก ผมร่วง หลังคลอดประมาณ 3 เดือน เนื่องจากขณะคลอด เส้นผม บางส่วนเกิดหยุดการเจริญในทันที ต่อมาอีก 2-3 เดือน ผม เหล่านี้ก็จะร่วง

10.2 ทารกแรกเกิดอาจมีอาการ ผมร่วง ในระยะ 1-2 เดือนแรก แล้วจะค่อย ๆ มี ผม งอกขึ้นใหม่

10.3 เป็นไข้สูง เช่น ไข้รากสาดน้อย ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ เป็นต้น จะมีอาการ ผมร่วง หลังเป็นไข้ ประมาณ 2-3 เดือน

10.4 ได้รับการผ่าตัดใหญ่

10.5 เจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น วัณโรค, เบาหวาน , โลหิตจาง, ขาดอาหาร เป็นต้น

10.6 การเสียเลือด การบริจาคเลือด

10.7 การใช้ยา เช่น ยาคุมกำเนิด, อัลโลพูรินอล, โพรพิลไทโอยูราซิล, เฮพาริน เป็นต้น

10.8 ภาวะเครียดทางจิตใจ เช่น ตกใจ เสียใจ เศร้าใจ เป็นต้นผู้ป่วยจะมีอาการ ผมร่วง มากผิดปกติ (มากกว่าวันละ 100 เส้น) ลักษณะร่วงทั่วศีรษะ ซึ่งมักจะมีอาการตามหลัง สาเหตุเหล่านี้ประมาณ 2-3 เดือน และอาจจะเป็นอยู่นาน 2-6 เดือน ก็จะหายได้เองอย่างสมบูรณ์ แชมพูยาจีน.

do me การเลือกซื้อวิตามินซีที่เป็นสารเสริมอาหาร

do me การเลือกซื้อวิตามินซีที่เป็นสารเสริมอาหาร ไม่ใช่ว่ายี่ห้อแพงเท่านั้นที่จะเป็นของดีเสมอไป แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยอื่นๆ ดังต่อไปนี้ 1. ดูแหล่งที่มาของวิตามินซี ว่าได้มาจากการสังเคราะห์ หรือการสกัดจากธรรมชาติ เนื่องจากวิตามินซีที่สกัดมาจากธรรมชาติจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีกว่า และมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการบริโภคมากเกินไปที่น้อยกว่า โดยวิตามินจากธรรมชาติให้สังเกตจากฉลากข้างขวดว่า ผลิตจากผักและผลไม้ในสภาวะที่เหมาะสม หรือ Made from fruits and vegetables below 70 degrees 2. ให้สังเกตค่าไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ว่ามีอยู่มากน้อยเพียงใด เพราะสารดังกล่าวเป็นสารพฤษเคมีชนิดหนึ่ง เป็นสารมีประโยชน์ที่พบในพืช ซึ่งจะมีผลในการช่วยดูดซึมและการออกฤทธิ์ของวิตามินซีให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยอย่างน้อยที่สุดในทุกๆ 500 มิลิกรัม ของผลิตภัณฑ์วิตามินซี ควรจะมีไบโอฟลาโวนอยด์ อย่างน้อย 100 มิลลิกรัม อย่างไรก็ตามการรับประทานวิตามินซีชนิดเม็ด อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งหนึ่งสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้รับประทานผักผลไม้ แต่ก็ไม่ควรทานมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดโรคต่างๆขึ้น เช่น โรคนิ่ว ในทางเดินปัสสาวะได้ นอกจากนี้อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ถ้ากินมากๆ อาจถึงขนาดอาเจียน แสบร้อนกระเพาะอาหาร จุกใต้ลิ้นปี่ ระคายทางเดินอาหาร ถ่ายเหลว ปัสสาวะสีเข้ม เป็นต้น วิตามินซีเป็นสารที่สามารถละลายน้ำได้ ถ้าได้รับมากจนเกินไปร่างกายจะทำการขับออกทางปัสสาวะโดยอัตโนมัติ ไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นสูตรสำเร็จของผู้ที่จะรักการกินวิตามินซีให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดคือ การกินอาหารเสริมบวกกับอาหารสดนั่นเอง do me.

do me วิตามินซี กินตอนไหน ร่างกายได้ประโยชน์เต็ม ๆ ดูมี โดม
กินวิตามินซีตอนไหนถึงได้ประโยชน์สูงสุด ก่อนอาหาร หลังอาหาร หรือก่อนนอน วิธีกินวิตามินซีที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ตอบได้ไหมคะ

อาหารเสริมอย่าง “วิตามินซี” เป็นที่นิยมกันมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน หน้าหนาว ที่คนเป็นไข้หวัดกันเยอะ เลยหาซื้อวิตามินซีแบบอัดเม็ดมาทานกันเอง เพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย จะได้ไม่ป่วยง่าย ๆ แต่ก็มีคำถามอยู่เหมือนกันว่า เราควรทานวิตามินซีเสริมแบบนี้มากแค่ไหน แล้วถ้าจะทาน ควรจทานช่วงไหน ร่างกายถึงได้รับประสิทธิภาพมากที่สุด do me

ทานวิตามินซีเสริมดีไหมนะ?

โดยปกติคนอายุ 15 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินซี 60-90 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนเด็กต้องการวิตามินซี 30-50 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ก็สามารถทานเพิ่มได้ถึงราว ๆ 100-200 มิลลิกรัมต่อวัน

แต่ในบางคนอาจจำเป็นต้องรับอาหารเสริมวิตามินซีเพิ่มมากหน่อย คือตั้งแต่ 500 มิลลิกรัมขึ้นไป อย่างเช่น คนที่เป็นหวัดบ่อย ๆ, คนที่มีอาการเลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด แพทย์จะให้ทานวิตามินซีเสริม รวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่ก็จำเป็นต้องทาน เพราะบุหรี่จะไปลดปริมาณวิตามินซีในร่างกาย เช่นเดียวกับหญิงตั้งครรภ์ คนที่เตรียมตัวผ่าตัด หรือเพิ่งฟื้นตัวจากการผ่าตัด ก็ควรได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากขึ้น

วิตามิน

กินวิตามินซีตอนไหน ได้ประโยชน์มากที่สุด

เรื่องนี้ ภญ.วริยา สารรัตนะ ได้ให้คำตอบไว้ในเว็บไซต์หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า จริง ๆ แล้วสามารถรับประทานเวลาใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่แนะนำว่าอย่าทานตอนท้องว่าง ถ้าจะให้ดีควรทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารจะดีที่สุด เพราะอาหารจะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีไปใช้ได้ และเป็นการป้องกันกระเพาะอาหารระคายเคืองด้วย เพราะวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดนั่นเอง

ทั้งนี้ เราอาจแบ่งรับประทานวิตามินซีตามมื้ออาหารก็ได้ เช่น วันละ 2 เวลาหลังอาหาร หรือ วันละ 3 เวลาหลังอาหาร จะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ดีกว่าการรับประทานทั้งหมดในครั้งเดียวค่ะ

วิตามิน

วิตามินซี กินมากไป ใช่ว่าดี

อาหารทุกอย่างทานน้อยไปก็ไม่ได้ ทานมากไปก็ไม่ดี รวมทั้งวิตามินซีด้วยค่ะ เพราะถ้าร่างกายได้รับน้อยเกินไปก็จะส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้เป็นหวัดง่าย เลือดออกตามไรฟัน ผิวพรรณดูไม่ผ่องใส เพราะวิตามินซีมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยชะลอความแก่ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย

แต่ถ้าทานมากเกินไป เช่น ทานเกิน 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน ๆ เข้า ก็อาจเกิดผลข้างเคียงอย่างเช่น ไม่สบายท้อง ปวดมวนท้อง ท้องเสียรุนแรง เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในไต แต่ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะอาการข้างเคียงเหล่านี้พบได้น้อยมาก เนื่องจากวิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ จึงขับออกทางปัสสาวะได้นั่นเอง ดังนั้นแล้วหากใครจำเป็นต้องทานวิตามินซีในปริมาณสูงกว่าที่กำหนด ก็ควรทานพร้อมหรือหลังอาหาร และดื่มน้ำตามมาก ๆ ด้วยค่ะ

วิตามินซีเสริมเป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วก็สู้วิตามินซีที่เราได้จากธรรมชาติไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นหมั่นทานผักผลไม้ให้มาก ๆ โดยเฉพาะฝรั่ง ส้ม มะละกอ มะนาว มะม่วง do me มะเขือเทศ มันฝรั่ง กีวี สตรอว์เบอร์รี ผักใบเขียว อาหารเหล่านี้เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามินซีที่จะช่วยคุ้มกันร่างกายให้ปลอดและหายจากโรค โดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารเสริมมาทานเลย

วิธีกินวิตามินซี ที่สุดอาหารผิวขาวที่คุณควรรู้ กินอย่างไรจึงกินแล้วขาว
ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวพรรณและทานอาหารผิวขาวอยู่เสมอมักจะทราบกันอยู่แล้วว่าการกินวิตามินซีนั้นช่วยให้คุณมีผิวที่ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแต่ปัญหาก็คือจะกินแล้วขาวนั้นต้องกินวิตามินซีอย่างไรและต้องกินปริมาณเท่าไหร่จึงจะเห็นผลวันนี้เราจะบอกเล่าวิธีการทานวิตามินซีอาหารผิวขาวธรรมชาติที่เห็นผลและปลอดภัยค่ะ

อาหารผิวขาว

วิตามินซี ที่สุดอาหารผิวขาวที่ใครอยากผิวขาวควรรู้ค่ะ

เพราะร่างกายของคนเรานั้น ไม่สามารถกักเก็บวิตามินซีได้ เพราะละลายน้ำได้และถูกขับออกทางปัสสาวะ ดีงนั้นเราจึงต้องกินวิตามินซีเพื่อให้ร่างกายนั้นได้รับวิตามินซีที่เพียงพอต่อร่างกายอย่างสม่ำเสมอ วิตามินซีนั้นเป็นอาหารผิวขาว ที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวพรรณที่มาจากธรรมชาติและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะกิยนวิตามินซีมากแค่ไหนก็ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เราอาจจะได้รับวิตามินจากการทานผักผลไม้มากๆ แล้วให้ร่างกายสังเคราะห์ หรือจากการทานอาหารผิวขาวหรือวิตามินซีสกัดในรูปแบบต่างๆ ก็ได้

ผลวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวิตามินซีและการกินวิตามินซีที่ถูกต้องกันเลย

สิ่งแรกที่อาหารผิวขาวอย่างวิตามินซีช่วยในเรื่องผิวคือ ช่วยเรื่องการเสริมสร้างและประสิทธิภาพของคอลลาเจนให้ผิวของมีโครงสร้างของคอลลาเจนที่ดีและแข็งแรงอยู่เสมอตามวัยที่อำนวย และที่สำคัญเราสามารถกินวิตามินซีตอนไหนก็ได้อีกด้วยแต่ถัาจะให้ดีที่สุดควรเป็นช่วงท้องว่าง นอกจากผิวแล้วการกินวิตามินซีจะในการรักษาบาดแผล เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดฝอย ลดความเสี่ยงการเป็นภูมิแพ้ ลดผลกระทบจากไมเกรร ขับของเสียออกจากผิวหนัง โดยมีการศึกษาและการวิจัยจากหลากหลายสถาบันรับรอง

อาหารเสริมผิวขาวหรืออาหารผิวขาวที่ดีนั้น ควรให้ร่างกายได้รับวิตามินซีราวๆ 2000 มิลลิกรัม เพื่อแน่ใจว่าหลังดูดซึมแล้วร่างกายได้รับวิตามินที่พอเพียงค่ะ

วิธีการกินวิตามินอย่างถูกต้อง

โดยพื้นฐานแล้วการกินวิตามินซีที่ถูกต้องคือ การกินให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการโดยในสภาวะปกติ เราต้องการวิตามินซี 40 mg ต่อวัน หากแต่เราสูบบุหรี่หรือการได้รับมลพิษทางควันเป็นประจำ เราจำเป็นต้องกินวิตามินซีให้ร่างกายดูดซึมได้ถึง 250 – 500mg ต่อวัน สำหรับผู้ที่ต้องการให้กินแล้วขาว ในอาหารผิวขาวและอาหารเสริมผิวขาวต่างๆ นั้นต้องมีถึง 1000mg เป็นอย่างต่ำแต่ด้วยข้อจำกัดทางการผลิตอาหารเสริมผิวขาวเหล่านั้น ไม่ได้มีวิตามินซีที่เพียงพอ การทานวิตามินรูปแบบเม็ดหรือชงน้ำเสริมเข้าไปจึงจำเป็น

ดังนั้นการบำรุงผิวพรรณ ร่างกายต้องการวิตามินซีในปริมาณที่ค่อนข้างสูงการทานวิตามินซี เพิ่มเติมเพื่อกินแล้วขาวนั้นจึงจำเเป็นนั่นเอง

ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีผิวที่ขาวสดใส ชวนมอง และน่าสัมผัส แต่กว่าที่จะได้มาซึ่งผิวพรรณที่งดงามเหล่านั้นมาครอบครอง หลายๆคนก็คงจะเข้าใจดีว่า จำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายาม และสรรหา วิธีผิวใส มาปฎิบัติตามแบบลองผิดลองถูกกันอย่างมากมายกว่าที่จะพบ วิธีผิวใส ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากที่สุด สำหรับใครที่กำลังมองหา วิธีผิวใส ที่สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวสดใสได้อย่างรวดเร็วอยู่ บทความชิ้นนี้ก็ขอแนะนำวิธีช่วยทำให้ผิวพรรณของคูรขาวเนียน สดใส แลดูมีสุขภาพที่ดีมากขึ้นได้ โดยเพียงแค่วิธีง่ายๆ อย่างการทานวิตามินซีเท่านั้น do me.

ชาเม่ คอลลาเจน คอลลาเจนช่วยให้ผิวพรรณดูดีได้อย่างไร

ชาเม่ คอลลาเจน คอลลาเจนช่วยให้ผิวพรรณดูดีได้อย่างไร ที่บอกว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง ไม่ใช่เรื่องโกหกแต่อย่างใด เพราะการรับประทานคอลลาเจน ร่างกายจะได้รับกรดอะมิโนซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างโปรตีนทุกชนิด รวมทั้งคอลลาเจนด้วย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากรดอะมิโนที่ได้รับจะถูกนำไปสร้างเป็นคอลลาเจน เนื่องจากในผู้สูงอายุร่างกายมีการสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนังน้อยลง ไม่ได้เป็นเพราะขาดกรดอะมิโนที่เป็นวัตถุดิบในการสร้าง แต่เป็นเพราะกลไกต่างๆในการสร้างคอลลาเจนเสื่อมไปตามอายุ การรับประทานกรดอะมิโนเพิ่มขึ้น จึงแทบจะไม่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในผิวหนังเลย นั่นหมายความว่า ผู้ที่รับประทานคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกาย ไม่ได้มีผลทำให้ผิวพรรณขาวเปล่งปลั่งกันทุกคน โดยจะเห็นผลได้ชัดเจนต่อบรรดาวัยรุ่นมากกว่าผู้ที่มีอายุมากจนกลไลการสร้างคอลลาเจนเสื่อมลง เนื่องจากร่างกายเท่านั้นที่จะสร้างคอลลาเจนขึ้นเองได้ ฉะนั้น การรับคอลลาเจนด้วยวิธีการใดก็ตามแต่ อาจเป็นการเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์ คอลลาเจนกับสุขภาพ นอกจากเรื่องผิวพรรณแล้ว คอลลาเจน ช่วยอะไรเราได้มากกว่าที่คิด เพราะคอลลาเจน คือโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของกระดูก เอ็น และเนื้อเยื่อ ที่ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยว ส่วนต่างๆ ในร่างกาย นักวิจัยจึงเชื่อว่าการที่ร่างกายมีคอลลาเจนอย่างเพียงพอจะช่วยลดอาการของโรคข้อต่ออักเสบ รวมถึงช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าวได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยง เช่น นักกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายหนักๆ เป็นต้น ทั้งนี้การรับประทานคอลลาเจนอาจเรียกได้ว่าแทบไม่ต่างกับการรับประทานอาหาร ประเภทโปรตีน ทั้งนี้ ร่างกายคนเรามีปัจจัยแตกต่างกัน เช่น เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้น้อยลง หรือชีวิตประจำวันแสนเร่งรีบ และการทำงานที่ทำให้มีความเครียดสูง ต้องเผชิญกับมลพิษรอบตัว ไม่มีเวลารับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ก็ล้วนทำให้ร่างกายมีคอลลาเจนไม่เพียงพอกับความต้องการได้ทั้งสิ้น ดังนั้น การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อทดแทนในส่วนที่ขาดจึงได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะมีขั้นตอนการย่อยน้อยกว่าเนื้อสัตว์ ยิ่งมีโฆษณาชวนเชื่อว่าสามารถทำให้ผิวขาวขึ้น ทำให้วัยรุ่นซื้อมาบริโภคกันมากมาย อย่างไรก็ดี เมื่อทราบแล้วว่าคอลลาเจน ช่วยอะไรเราได้บ้าง อย่าลืมใส่ใจสุขภาพแล้วหันมารับประทานกันให้เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานโปรตีนธรรมชาติหรือแบบเสริมอาหาร ก็ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม จะได้ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายจนทำให้สุขภาพของเราทรุดโทรมลง ชาเม่ คอลลาเจน.

ชาเม่ คอลลาเจน ปัจจุบัน คอลลาเจน (Collagen) รู้จักกันดีอย่างแน่นอนว่า คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร เพราะในหมู่สาวๆ หรือแม้กระทั่งหนุ่มๆ สมัยนี้ ซึ่งกำลังฮิตกันเหลือเกินตอนนี้ chame collagen

คอลลาเจนผง มีประโยชน์ต่อผิวพรรณอย่างไรบ้าง?

กลุ่มผู้บริโภคคอลลาเจนนั้น เชื่อกันว่าหากปริมาณมิลลิกรัมของคอลลาเจน ที่กินเข้าไปนั้น ยิ่งมีปริมาณสูงมาก

ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ส่งออกมานั้น ก็จะยิ่งมากไปด้วย นั่นคือ ผิวพรรณขาวใส เต่งตึง ดูมีน้ำมีนวล อย่างเห็นได้ชัด

คอลลาเจนที่ได้รับความนิยมนั้น ก็มี 2 แบบ คือ คอลลาเจนแบบรับประทาน มีทั้ง คอลลาเจนแบบผง แบบเม็ด แบบน้ำ และคอลลาเจนแบบฉีด ชาเม่ คอลลาเจน

ซึ่งผลลัพธ์ เมื่อได้รับในปริมาณที่เท่านั้น ก็จะส่งผลใกล้เคียงกัน โดยแบบฉีดรวดเร็วกว่าแน่นอน

แต่คอลลาเจนแบบฉีด ก็ยังมีราคาแพง หลายคนจึงนิยมเลือกใช้ แบบรับประทาน ซึ่งทั้งเป็นคอลลาเจนเช่นเดียวกัน โดยมีทั้งแบบเม็ดและแบบน้ำ แล้วแต่สะดวก

ไม่ต้องเจ็บตัว กินไปเรื่อยๆ สวยไปเรื่อยๆ เพียงวันละ 4000-6000 มิลลิกรัม ตามความต้องการของเรา และร่างกายเป็นหลัก

ใครชอบคอลลาเจนแบบน้ำ ก็กินแบบน้ำ ก็มีแบบน้ำดื่มได้เลย และแบบผงชงดื่ม ใครชอบแบบเม็ดก็กินแบบเม็ด พกพาไปทานที่ไหนก็ได้

คอลลาเจน ไม่ว่ายี่ห้อไหน ชาเม่ คอลลาเจน หรือกินตอนไหน ประสิทธิภาพไม่ต่างกัน

ประโยชน์ของการกินคอลลาเจนนั้น

คอลลาเจน จะเป็นสารที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว จะช่วยให้ร่างกายไปเสริมยึด สร้างความยืดหยุ่นแก่ร่างกาย ให้ผิวพรรณที่เหี่ยวย่น กลับมาเต่งตึงได้อีกครั้ง

และกระตุ้นเสริมให้มีความยืดหยุ่น น่าสัมผัส ผิวเนียนละเอียด เหมือนในผิวของเด็กที่ยังมีคอลลาเจนอยู่มาก

นอกจากนั้นแล้ว เมื่อผิวเต่งตึง นุ่มเนียนน่าสัมผัสแล้ว สิ่งที่ตามมา นั่นก็คือ ผิวจะอมชมพูขึ้น และดูกระจ่างใส ขาวใสขึ้นได้ด้วย

พอทราบแบบนี้ ว่า คอลลาเจน ช่วยอะไร การเติมเต็มผิวที่ขาดหายไป ให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง

นับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ชาเม่ คอลลาเจน.

chloro mint อาหาร 5 หมู่ ประกอบไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรท ( แป้ง )

chloro mint อาหาร 5 หมู่ ประกอบไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรท ( แป้ง ) ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เหล่านี้ร่างกายเราต้องการในสัดส่วนที่พอเหมาะ ถ้าได้รับมากเกินไปหรือน้อยเกินไปจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วย อาหาร 5 หมู่ มีขนาดใหญ่ ซึ่งร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที ระบบทางเดินอาหารจะมีการย่อยอาหาร 5 หมู่ ให้มีขนาดเล็กลงเป็นโมเลกุลที่พอเหมาะ เพื่อเข้าสู่กระแสโลหิตและน้ำเหลือง ซึ่งในระหว่างการเดินทางไปยังอวัยวะหรือเซลล์ปลายทาง จะมีขบวนการปฎิกิริยาเคมีต่างๆโมเลกุลเล็กๆเหล่านี้ จะไปรวมกันเป็นโมเลกุลใหญ่กลายเป็นอาหาร 5 หมู่ ที่ได้สัดส่วนของแต่ละเซลล์ของอวัยวะที่ปลายทาง ในระหว่างปฎิกิริยาทั้งหลายนี้จะมีการกำจัดอาหารส่วนเกิน ตลอดจนสารพิษต่างๆ ให้ออกไปจากร่างกายเช่น อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อ เป็นต้น ขบวนการเหล่านี้รวมเรียกว่า “เมตาโบลิสม์ ( Metatlism)” คลอโรฟิลล์ ทำหน้าที่ส่งเสริมขบวนการเมตาโบลิสม์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องร่วมกัน ( Synerjistic and combined function ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คลอโรฟิลล์ ไปกระตุ้นการทำงานของวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เช่น ควบคุมความสมดุลของแคลเซี่ยมในร่างกาย คุณสมบัติที่เด่นอีกประการหนึ่งของ คลอโรฟิลล์ คือไปกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อที่เกิดใหม่ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างทดแทนเนื้อเยื่อเก่าที่เสื่อมสลายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดบาดแผลทั้งภายนอกและภายในร่างกาย คลอโรฟิลล์ จึงเป็น “ยาบำรุงร่างกาย” ที่ดีมาก ดร.รูดอล์ฟ แนะนำให้ใช้ คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ บำรุงร่างกาย โดยรับประทานวันละ 2 มื้อๆละ 120 มิลลิกรัม chloro mint.

chloro mint คลอโรฟิลล์ ไม่ใช่ยารักษาโรคโดยตรง แต่ คลอโรฟิลล์ เป็นเสริมอาหารพิเศษทำให้สุขภาพของผู้ป่วยฟื้นฟูได้รวดเร็ว คลอโรฟิลล์ ทำให้ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น โรคภัยจะทุเลาลงและหายไปเองเมื่อผู้ป่วยมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์กลับคืนมา คลอโรมินต์

มนุษย์นับแต่โบราณกาลได้พยายามแสวงหายาอายุวัฒนะ เพื่อจะเอามายืดอายุให้ยืนยาวได้มากที่สุด แพทย์แผนปัจจุบันไม่เชื่อว่ายาอายุวัฒนะจะมีจริงในโลก แต่นักธรรมชาติบำบัดหลายกลุ่มบอกว่ายาอายุวัฒนะมีจริง เช่น นายแพทย์โธมาส การ์ดเนอร์ กล่าวว่าคนที่มีอายุยืนเกินร้อยปีจะต้องกินยาอายุวัฒนะที่ทำจากพืชผัก ซึ่งไม่มีสารกันบูดเจือปนอยู่ ชนเผ่าอายุยืนเกินร้อยปีต่างก็มียาอายุวัฒนะรับประทานกันทั้งนั้น หลักสูตรการล้างพิษก็เช่นกันเป็นบทเรียนบทแรกๆ ที่สำคัญมาก ซึ่งสอนกันหนึ่งเทอมเต็มๆ ในหลักสูตรแพทย์ธรรมชาติบำบัดในประเทศสหรัฐอเมริกา chloro mint

คลอโรฟิลล์ มีคุณสมบัติที่น่าสนใจดังนี้คือ
1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเรียกว่าสารแอนติอ๊อกซิแด๊นท์ เป็นสารล้างพิษในเลือดที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เม็ดเลือดที่เกาะกันอยู่เป็นกลุ่มก้อนกระจายตัวออกจากกันได้ภายใน 20-30 นาที
2. กองทัพบกสหรัฐอเมริกาทำการทดลองในหนูที่โดนสารกัมมันตรังสี พบว่าหนูที่ให้ คลอโรฟิลล์ มีอายุยืนนานเป็นสองเท่าของหนูกลุ่มที่ไม่ได้รับ คลอโรฟิลล์
3. มีการทดลองในหนูที่เลี้ยงอยู่ในสภาวะแวดล้อมอย่างเดียวกัน แล้วแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเลี้ยงตามปกติ ส่วนกลุ่มที่สองเสริมอาหารด้วย คลอโรฟิลล์ จากการทดสอบความแข็งแรงของพลังกล้ามเนื้อโดยให้หนูทั้งหมดว่ายน้ำ ผลปรากฎว่ากลุ่มแรก ( ไม่ได้เสริมด้วยคลอโรฟิลล์ ) ว่ายน้ำได้ 1 ชั่วโมง ส่วนกลุ่มที่สอง ( เสริมอาหารด้วยคลอโรฟิลล์ ) สามารถว่ายน้ำได้นานถึง 3 ชั่วโมง แสดงถึงประสิทธิภาพของพลังกล้ามเนื้อที่สูงเป็น 3 เท่า ซึ่งนับว่าสูงมากทีเดียว
4. มีการทดลองเจาะเลือดในหนูออกแล้วแทนที่ด้วยน้ำเกลือทดลอง ทำให้หนูเสียชีวิตภายในระยะเวลาอันสั้น แต่เมื่อแทนที่เลือดด้วย คลอโรฟิลล์ ปรากฎว่าหนูมีชีวิตต่อไปได้ตามปกติ

จากคุณสมบัติ 4 ประการนี้ จะเห็นได้ว่า คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ มีส่วนช่วยให้ชีวิตยืนยาวและทำให้ร่างกายแข็งแรงดีขึ้นมาก จากการค้นคว้าวิจัยในมนุษย์และสัตว์ ปรากฎว่าผู้ที่มีอายุยืนเกินร้อยปี ล้วนแต่รับประทาน คลอโรฟิลล์จากพืชผัก เป็นอาหารหลักทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ที่ใช้เป็นเสริมอาหารบำรุงร่างกายจะสมควรได้รับการเลื่อนชั้นเป็น ยาอายุวัฒนะ ในมนุษย์ได้หรือไม่นั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ผู้ใช้คลอโรฟิลล์ จะเป็นผู้ให้คำตอบได้เอง

คลอโรฟิลล์ทำหน้าที่บำรุงเลือด ล้างพิษและทำลายอนุมูลอิสระ ( FreeRadicals ) ในเม็ดเลือด ทำให้เลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวัดและเห็นผลได้ชัดเจน อธิบายได้ดังต่อไปนี้

เมื่อเจาะเลือดมาขยายดูในกล้องจุลทรรศน์ ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงจะพบว่าเม็ดเลือดแดงกระจายกันอยู่ในน้ำเลือดพลาสม่า (Plasma)

เม็ดเลือดแดงแต่ละตัวมีลักษณะกลมและแบนคล้ายขนมโดนัท ส่วนที่แบนทั้งสองด้านจะเว้าตรงกลางซึ่งสำคัญมาก เพราะส่วนเว้านี้คือ พื้นที่ผิวทำปฎิกิริยาทางชีวเคมีต่างๆ แลกเปลี่ยนอาหาร ตลอดจนการขับถ่ายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียต่างๆ

การทำงานให้ดีอย่างมีประสิทธิภาพของเม็ดเลือดแดง จะอยู่กระจายออกจากกันทำให้มีพื้นที่ผิวเป็นอิสระจึงทำงานได้อย่างเต็มที่ 100% ทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีตามมาตรฐานสากล ในเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร มีเม็ดเลือดแดง 4-5 ล้านตัว ร่างกายของคนเรามีเลือดทั้งหมดประมาณ 5 ลิตร จึงมีเม็ดเลือดแดง 25 ล้านล้านตัว

ส่วนผู้ที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง chloro mint เม็ดเลือดแดงจะจับกันอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน สลับกันกับน้ำเลือดพลาสม่าที่ไม่มีเม็ดเลือดแดง กลุ่มก้อนของเม็ดเลือดแดงจะมีการซ้อนตัวของเม็ดเลือดแดงทับกันอยู่ที่เรียกว่า “รูโล (Rouleaux)” เป็นจำนวนมากมองเห็นเหมือนเศษสตางค์เหรียญหลายๆอันซ้อนกันอยู่

การจับตัวเป็นกลุ่มก้อนหนาแน่นอย่างนี้ ทำให้เม็ดเลือดแดง เหลือพื้นที่ผิวอิสระที่จะทำงานได้น้อย… ทำงานได้ 5-15% นั้นหมายความว่า เลือดทำงานสูญเสียประโยชน์ไปถึง 85-95% นับเป็นการสูญเสียอย่างมากมาย เพราะความสำคัญของเลือดคือไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย ร่างกายมีเซลล์ทั้งหมดประมาณ 60-100 ล้านล้านเซลล์ ทุกๆเซลล์รอรับก๊าซออกซิเจนที่ส่งไปเลี้ยงเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดแดงที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จะกระจายออกจากกันในน้ำเลือดพลาสม่า เพื่อที่จะได้มีพื้นที่ผิวทำปฎิกิริยาชีวเคมีต่างๆ ได้โดยสะดวก

การที่เม็ดเลือดแดงมาจับตัวเป็นกลุ่มก้อนเป็นหย่อมๆ เนื่องจากในน้ำเลือดมีสารพิษหรืออนุมูลอิสระ ( Free Radicals ) ที่ได้รับมาจากสภาพแวดล้อมที่เบี่ยงเบนธรรมชาติ และได้สะสมติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 20-30 ปี เมื่อร่างกายหายใจเอาสารพิษ ประกอบกับบริโถคอาหารที่ผิดธรรมชาติเข้าไป โดยไม่รู้ตัวหรือรู้ตัวก็ตามสารพิษนานัปการจะเข้าสู่กระแสโลหิต ซึ่งเป็นตัวกลางขนส่งสารเหล่านี้ไปยังทุกๆเซลล์ของอวัยวะภายในร่างกาย มีผลทำให้ร่างกายอ่อนแอ

หลังจากรับประทานคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 120 มิลลิกรัม ( 15 ซีซี. ในน้ำดื่มครึ่งถึงหนึ่งแก้ว ) ประมาณ 20-30 นาที คลอโรฟิลล์จะทำหน้าที่ล้างพิษในเม็ดเลือดเมื่อเจาะเลือดออกมาดูในกล้องจุลทรรศน์ จะพบว่าเม็ดเลือดแดงมีการกระจายตัวออกจากกันมีพื้นผิวทำงานได้ดีอย่างชัดเจน
การล้างพิษในเลือด การทำลายอนุมูลอิสระในเลือด การทำความสะอาดให้กับเลือด ทำให้เลือดทำงานมีประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นส่วนสำคัญมากในการที่จะมีสุขภาพแข็งแรง เป็นหัวใจของการดำรงชีวิตให้ยืนยาวและมีความสุข

ผู้มีสุขภาพดีตามมาตรฐานสากล คืออายุขัยเฉลี่ย 66-70 ปี มีจำนวนเม็ดเลือดแดง 4.5 ล้าน-5 ล้านตัวในน้ำเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิลิตร

ร่างกายมนุษย์ที่มีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่ามาตรฐาน จะเป็นผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง เพราะการมีเม็ดเลือดแดงน้อย หมายความว่าเลือดมีความสามารถน้อยลงมีประสิทธิภาพลดลงในการที่จะนำพาสารอาหารไปเลี้ยงร่างกาย

มิสเตอร์พีท มาลอฟฟ์ เป็นผู้บริหารระดับสูงของชุมชนหนึ่งในประเทศแคนาดา ได้พาลูกสาวซึ่งมีร่างกายอ่อนแอมากไปตรวจที่โรงพยาบาลเมโย แพทย์บอกว่าเธอเป็นโรคโลหิตจางชนิด Pernicious Anemia แต่ในขบวนการรักษาต้องฉีดยาซึ่งสกัดมาจากอวัยวะของสัตว์ ตระกูลมาลอฟฟ์ เป็นผู้บริโภคอาหารพืชผักผลไม้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ลูกสาวของมิสเตอร์มาลอฟฟ์ก็เช่นกัน ยอมเสียชีวิตดีกว่าที่จะยอมรับวิธีการใดๆ ที่มีการไปทำลายชีวิตของสัตว์ ดังนั้นเธอจึงมาที่คลินิกธรรมชาติบำบัดของ ดร.เบอร์นาร์ด เจนเสน ให้ทำการรักษา ดร.เจนเสน ให้เธอดื่มคลอโรฟิลล์ชนิดน้ำครั้งละ 5 ซีซี. วันละ 8 ครั้ง ( วันละ 320 มิลลิกรัม ) ทุกวันติดต่อกันนานสามเดือน จำนวนเม็ดเลือดแดงจาก 2.8 ล้านตัวต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นเป็น 3.8 ล้านในสิ้นเดือนแรก และเป็น 4.5 ล้านเมื่อสิ้นเดือนที่สาม ซึ่งถือได้ว่ามีเม็ดเลือดแดงในปริมาณปกติ หลังจากนั้นเธอมีสุขภาพดีเป็นปกติ ต่อมาได้แต่งงานและมีบุตรอีกหลายคน chloro mint.

merci sleeping mask เคล็ดลับเพื่อผิวขาวกระจ่างใส มีค่าพอ ๆ กับหลุมมหาสมบัติ

merci sleeping mask เคล็ดลับเพื่อผิวขาวกระจ่างใส มีค่าพอ ๆ กับหลุมมหาสมบัติอันมหาศาลของสาว ๆ ทุกคน หรืออาจจะรวมเหล่าหนุ่ม ๆ หุ่นล่ำด้วยก็ได้ เพราะไม่ว่าใครก็คงอยากมีผิวขาวใสเนียนนุ่มกันอยู่แล้วจริงไหมคะ แต่วิธีทำให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ถ้าไม่ฉีดกลูต้า อัดวิตามินเพื่อผิวขาวใส หรือชโลมครีมบำรุงผิวยี่ห้อเริ่ดราคาแพงแล้ว จะยังมีวิธีทำให้ผิวขาวกระจ่างใสที่ปลอดภัยกับเราเต็ม 100% อีกไหม อ๊ะ ! ถ้าใครกำลังมองหาเคล็ดลับเพื่อผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติอยู่ล่ะก็ วันนี้เราก็มี 7 เคล็ดลับเจ๋ง ๆ เพื่อผิวขาวกระจ่างใสมาฝากกันด้วย แถมขอบอกอีกนิดว่า 7 เคล็ดลับต่อไปนี้ปลอดภัยหายห่วงล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นวิธีที่ส่งตรงมาจากธรรมชาติล้วน ๆ เลยจ้า 1. น้ำมะนาวเคลียร์ผิว ปัญหาสิวก็หายเกลี้ยง น้ำมะนาวมีกรดซิตริก ซึ่งมีคุณสมบัติกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ต้นเหตุของปัญหาสิวได้อยู่หมัด สาว ๆ ที่อยากเคลียร์ผิวให้กระจ่างใส ไร้สิวเม็ดเล็กเม็ดน้อยมากวนใจ สามารถใช้น้ำมะนาวทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า หรือจะนำน้ำมะนาวผสมกับน้ำสะอาดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ เพื่อเจือจางกรดก่อนก็ได้ เพียงใช้น้ำมะนาวมาส์กหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์ รับรองงานนี้หน้าใสปิ๊งชัวร์ ! merci sleeping mask.

merci sleeping mask 2. ที ทรี ออยล์ ตัวช่วยผิวกระแสแรง ครีมเมอร์ซี่

นอกจากสรรพคุณเพื่อผม และสุขภาพที่ดีแล้ว ที ทรี ออยล์ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด ด้วยสรรพคุณต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา ในที ทรี ออยล์นั่นเอง แถมผู้เชี่ยวชาญยังยกนิ้วให้เลยนะว่า ที ทรี ออยล์มีคุณสมบัติเทียบเท่าตัวยาบำรุงผิวชั้นดีในราคาที่สบายกระเป๋าด้วยล่ะ ส่วนสาวที่อยากหน้าใสกิ๊ง ลองหาน้ำมันสกัดจากที ทรี ออยล์บริสุทธิ์มาชโลมผิวหน้าเป็นประจำ หรือง่าย ๆ อาจจะเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ ที ทรี ออยล์ก็ได้ค่ะ เมอร์ซี่ สลิฟปิ้ง มาส์ก ทู

ผิวสวย merci sleeping mask

3. กินให้ถูก ผิวก็เป็นสุข

อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวัน มีส่วนสำคัญกับสุขภาพผิวมากกว่าการบำรุงผิวภายนอกซะอีก และหากคุณไม่อยากมีผิวหมอง มีริ้วรอย และสิวเขรอะ ควรต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพราะน้ำตาลขัดสีเหล่านี้จะเข้าไปขัดขวางไม่ให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก อีกทั้งยังทำลายคอลลาเจนในผิว เป็นเหตุให้ผิวเหี่ยวย่นมีริ้วรอยอีกต่างหาก นอกจากนี้ก็ควรเลี่ยงอาหารขยะทุกชนิด แล้วหันมารับประทานผัก ผลไม้ และน้ำสะอาดแทนดีกว่าค่ะ

4. ลบรอยสิวด้วยเกลือ

เกลือเม็ดละเอียดสีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่ในครัวของเรา มีสรรพคุณช่วยสมานแผลที่เกิดจากสิว รวมทั้งลบเลือนริ้วรอยจากสิวได้อีกด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า เกลือมีสารห้ามเลือด และมีสรรพคุณฆ่าเชื้อโรคได้หมดจดไม่แพ้แอลกอฮอล์ล้างแผลเลยทีเดียว ดังนั้นสิวที่อัดแน่นไปด้วยเชื้อแบคทีเรียตัวดี เมื่อเจอเกลือผสมน้ำของเราเข้าไปก็จอดทุกราย เพียงไม่นานสิวและรอยก็หายเกลี้ยง เผยผิวหน้ากระจ่างใสอย่างที่ปรารถนาแล้วล่ะ

5. ว่านหางจระเข้ปราบสิว

หลายคนอาจจะรู้จักสรรพคุณของว่านหางจระเข้ในเรื่องของการรักษาผิวไหม้จากแดด แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เจลใส ๆ ของว่านหางจระเข้ก็มีสารต้านอาการอักเสบ ซึ่งสามารถรักษาสิว merci sleeping mask และสมานรอยแผลเป็นจากสิวได้อีกด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้ใช้เจลว่านห่างจระเข้สด ๆ แทนว่านหางจระเข้สกัด เพื่อหลีกเลี่ยงสารเจือปนที่อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ และยังไงของธรรมชาติย่อมดีกว่าอยู่แล้วล่ะเนอะ

ผิวสวย

6. โปะน้ำแข็งสยบเม็ดสิว

สำหรับสาวที่มีปัญหาสิว ลองใช้น้ำแข็งก้อนสะอาดประคบเม็ดสิว (แต่มีข้อแม้ว่า สิวเม็ดนั้นต้องเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ ที่หัวสิวยังไม่เปิดนะจ๊ะ) สักพัก ความเย็นของน้ำแข็งจะช่วยหยุดอาการอักเสบของสิว คราวนี้สิวก็จะมีขนาดเล็กลง รอยแดงก็จะดูจางลงไปด้วยค่ะ

7. ดื่มน้ำ ดื่มน้ำ และดื่มน้ำ

เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก ๆ เลยทีเดียว กับการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อเผยผิวขาวกระจ่างใส เพราะน้ำสะอาดจะช่วยชะล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย ทำความสะอาดเซลล์ผิวของเราได้ดีอีกทางหนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้นสาว ๆ อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการด้วยนะคะ หรือคำนวณง่าย ๆ ว่า ต้องดื่มน้ำสะอาดไม่ต่ำกว่า 8 แก้วต่อวันก็ได้
เห็นไหมล่ะว่า ผิวขาวกระจ่างใสดูสุขภาพดี ไม่จำเป็นต้องจ่ายด้วยราคาค่างวดอะไรเลย เพียงแค่เรารู้จักดูแลตัวเองให้ถูกต้อง และอาศัยธรรมชาติช่วยเยียวยารักษาปัญหาผิวในบางจุดเท่านั้นเอง สวยประหยัดแถมยังปลอดภัยแบบนี้ เลอค่าสุด ๆ ไปเลยเนอะ merci sleeping mask.

furefoo โกรทฮอร์โมน พระเอกของการชะลอความแก่

furefoo โกรทฮอร์โมน พระเอกของการชะลอความแก่ โกรทฮอร์โมน คือพระเอกตัวจริงของการชะลอความแก่ นักวิทยาศาตร์เรียกโกรทฮอร์โมนว่า น้ำพุแห่งการชะลอวัย ถูกค้นพบว่าการเพิ่มระดับการหลั่งโกรทฮอร์โมนให้กับร่างกายจะช่วยย้อนนาฬิกาเวลาของร่างกายให้กลับเป็นหนุ่มสาว เนื่องจากโกรทฮอร์โมนเป็นฮอร์โมนแห่งการเจริญเติบโต จึงไม่มีการหลั่งออกมาตลอดเวลา พูดง่ายๆว่าเจ้าฮอร์โมนตัวนี้มีคุณสมบัติทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ควบคุมความแข็งแรงของร่างกาย ควบคุมความสูงเตี้ยของร่างกาย ควบคุมสภาวะสมดุลจากโรคของร่างกาย และสามารถชะลอความแก่ได้ แต่สมองจะหลั่งมันออกมาเป็นเวลาตามแต่เวลาที่สมองเห็นว่าควรจะหลั่งซึ่งไม่ใช่ว่าเราจะบังคับให้สมองหลั่งในเวลาที่ต้องการได้ มิฉะนั้นคงสามารถสั่งให้หลั่งบ่อยๆทำให้คนเราตัวสูงและแก่ช้ากันได้ทุกคน แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถช่วยให้สมองหลั่งโกรทฮอร์โมนอย่างมีประสิทธิภาพได้ในแต่ละครั้งของการหลั่ง ซึ่งจะกล่าวถึงในช่วงถัดไป ตัวอย่างอาการที่กล่าวข้างต้นเป็นอาการของผู้ที่โกรทฮอร์โมนหลั่งได้น้อยลงและเข้าสู่สภาวะของโรคชราภาพของร่างกาย อาการที่กล่าวข้างต้นหากท่านผู้อ่านเป็นหมดหรือเป็นมากกว่านี้ถือว่าอาการหนักแล้ว แต่ไม่ต้องตกใจไป เดี๋ยวเราจะแนะนำวิธีช่วยกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมนเพื่อชะลอความแก่และฟื้นฟูอาการต่างๆที่คุณเป็นอยู่หรือป้องกันโรคชราภาพ furefoo.

furefoo โกรทฮอร์โมนสามารถยับยั้งการสะสมของไขมันในกระแสเลือดได้ เพราะจะไปจับตัวกับเซลล์ไขมัน และกระตุ้นให้ไขมันนั้นสลายตัวลง (ถ้าโกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาได้ในปริมาณที่พอเพียง หากไม่สามารถหลั่งได้พอเพียงก็จะไม่สามารถสลายไขมันในเลือดได้) เฟอร์ฟู

โกรทฮอร์โมนกระตุ้นให้เกิดการสร้างและการเจริญเติบโตของมวลกระดูกเพื่อให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออื่นๆอีกด้วย ทำให้ผู้ที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น และในผู้ที่รักสุขภาพทำให้กล้ามเนื้อฟิตและแข็งแรงได้ถ้ามีการหลั่งโกรทฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอ furefoo

ในวัยเด็กและวัยรุ่น โกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในปริมาณมากที่สุดในช่วงที่หลับสนิทหรือที่เรียกว่าหลับลึก และจะมีผลโดยตรงต่อความสูงของร่างกาย หากเด็กคนไหนชอบนอนดึกๆ หรืออ่านหนังสือทั้งคืนแล้วมาหลับเอาตอนเช้า โกรทฮอร์โมนจะแทบไม่หลั่งตอนหลับเลย ซึ่งในกรณีนี้ โกรทฮอร์โมนอาจจะไปหลั่งในช่วงเวลาอื่น แต่ก็จะพลาดช่วงเวลาทองที่โกรทฮอร์โมนหลั่งได้มากที่สุดไป ดังนั้นใครตัวเตี้ยก็ควรปรับเวลานอนให้มีประสิทธิภาพ

รวมช่วงเวลาที่โกรทฮอร์โมนหลั่ง

ทุกๆคนไม่ว่าวัยไหน จะมีช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนใกล้เคียงกันหมด แต่ปริมาณการหลั่งในผู้ที่อายุมากจะหลั่งได้น้อยกว่าในวัยเด็ก เวลาที่หลั่งจะมีดังนี้

1. ในช่วงประมาณ 7 โมงเช้า หลั่งประมาณ 1-3 mg/ml

2. ในช่วงประมาณ 9 -10 โมงเช้า หลั่งประมาณ 5 mg/ml

3. ในช่วงประมาณ เที่ยงวันตรงถึงบ่ายโมง หลั่งประมาณ 5 mg/ml

4. ในช่วงประมาณ บ่าย 2 ถึงบ่าย 4 หลั่งประมาณ 5 mg/ml

5. ในช่วงประมาณ 2 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม หลั่งประมาณ 5 mg/ml

6. ในช่วงประมาณ เที่ยงคืนถึงตี 3 หลั่งประมาณ 15-20 mg/ml

mg/ml คือหน่วยมิลลิกรัมและมิลลิลิตร นี่เป็นการเทียบสัดส่วนคร่าวๆเท่านั้น ปริมาณการหลั่งโกรทฮอร์โมนจริงจะแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติ ถิ่นที่อยู่ การดำเนินชีวิตและปัจจัยสิ่งแวดล้อม อาหารการรับประทาน การนอนหลับ การออกกำลังกาย อารมณ์ เป็นต้น

จะเห็นได้ชัดว่าโกรทฮอร์โมนจะหลั่งมากที่สุดในเวลานอนหลับ โดยเฉพาะผู้ที่นอนหลับก่อนเที่ยงคืน โดยเวลาเข้านอนที่แนะนำคือ 4-5ทุ่ม เพราะร่างกายจะไม่หลับลึกในทันที แต่โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจากการนอนหลับจึงจะเข้าสภาวะหลับลึก

เมื่อเห็นคุณสมบัติและประโยชน์ของโกรทฮอร์โมนในการชะลอความแก่แล้ว เรามาดูวิธีทำให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาให้เป็นประโยชน์กับร่างกายกันเถอะ มีหลักดังนี้

1. การนอนหลับสนิทเป็นระยะที่พอเพียง และถูกเวลา และการนอนหลับที่ไม่สนิท อาจถูกรบกวนด้วยฝันร้าย หรือมีความเครียดมากๆ หลับบ้างไม่หลับบ้าง หลับๆตื่นๆ จะทำให้โกรทฮอร์โมนไม่สามารถหลั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการนอนหลับผิดเวลา เช่นไปนอนหลับเอาตอนเช้าหรือบ่าย อาจจะทำให้ไม่สามารถหลั่งโกรทฮอร์โมนในเวลาหลับได้เลย ดังนั้นควรดูแลช่วงเวลาการนอนหลับของคุณให้ดี

2. อาหารที่มีคุณค่า โดยเฉพาะอาหารประเภทกรดอะมิโน โปรตีน furefoo จะช่วยบำรุงต่อมใต้สมองให้แข็งแรง และในแต่ละครั้งที่หลั่งโกรทฮอร์โมนก็จะสามารถหลั่งได้มากขึ้น

ไม่ควรทานอาหารให้อิ่มมากเกินไป โดยอาจแบ่งเป็นมื้อเล็ก แต่หลายมื้อแทน มื้อเล็กๆที่เหมาะสมคือ อาหารประเภทถั่ว ผักใบเขียว ผลไม้ นมถั่วเหลืองหรือนมวัว แต่ถ้าร่างกายไม่ค่อยถูกกับนมก็อาจเลือกทานนมตอนที่ท้องไม่ว่าง เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วคนไทยจะย่อยสลายอาหารประเภทนมไม่ค่อยดี ทำให้ท้องเสียง่าย แต่ถ้าดื่มนมพร้อมทานอาหารประเภทอื่นด้วยก็จะช่วยได้

และที่ต้องควบคุมในการชะลอความแก่คือแป้งและน้ำตาล ควรหันมาทานข้าวกล้องแทน แต่ก็ไม่ทานในปริมาณที่มากเกินไป เพราะสารอินซูลินในร่างกายต้องรับศึกหนักกับอาหารประเภทน้ำตาลกลูโคสจำนวนมาก และสะสมมาเป็นไขมันในร่างกาย ซึ่งจะยับยั้งการหลั่งโกรทฮอร์โมน ทำให้แก่เร็วขึ้นอีก ส่วนไขมันที่เหลือก็จะกระจัดกระจายไปอยู่ตามหลอดเลือดหัวใจบ้าง ปะปนอยู่กับเส้นเลือดเป็นจำนวนมากบ้าง ซึ่งเป็นอันตรายกับร่างกาย และหากมีปริมาณน้ำตาลในเลือดที่มากเกินไปสามารถสร้างความเสียหายให้กับตับอ่อน เหมือนในผู้ที่เป็นเบาหวาน เมื่อตับอ่อนทำงานผิดพลาด การหลั่งสารอินซูลินก็จะมีปัญหา ซึ่งหากต้องฉีดอินซูลินที่มาจากหมอ จะยับยั้งให้โกรทฮอร์โมนไม่หลั่งออกมาเลย ส่งผลถึงความแก่ตัวและเสื่อมของเซลล์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

ดังนั้นในผู้ที่สามารถควบคุมการทานอาหารได้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการหลั่งโกรทฮอร์โมนได้อย่างดี แต่ในปัจจุบันการเลือกทานอาหารที่มีคุณค่าสูงและมีสารอาหารที่พอเพียงจะช่วยให้หลั่งโกรทฮอร์โมนได้ในปริมาณมากพอกับการย้อนวัยเป็นเรื่องที่ยากขึ้นมาก อีกทั้งอาหารปัจจุบันก็มีสารพิษและสารเคมีสูง ( การเลือกทานอาหารให้ได้คุณค่าเทียบเท่ากับการทานอาหารเสริมใน 1 มื้อ จำเป็นต้องทานในปริมาณมากและหลากหลายเพื่อจะสกัดให้ได้เข้มข้นเทียบเท่า) furefoo.

แป้งบาบาร่า คุณประโยชน์ 12 ประการของ “แป้งเด็ก”

แป้งบาบาร่า คุณประโยชน์ 12 ประการของ “แป้งเด็ก” ที่คุณอาจไม่เคยรู้!! แป้งเด็ก หลายๆคนอาจจะคิดว่าเอาไว้ใช้สำหรับเด็กน้อยหรือเอามาทาตัวเท่านั้น แต่คุณหารู้ไม่ ว่านั่นคือการดูถูกพลังที่ซ่อนเร้นไว้ของมันอยู่ เพราะจริงๆแล้ว แป้งเด็ก สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด สำหรับในวันนี้ ทางเว็บบ้านขอแนะนำ “12 ประโยชน์ใช้สอยจาก แป้งเด็ก ที่คุณคาดไม่ถึง” ลองไปดูกันเลยครับ
1. แก้ปมสร้อยคอ ไม่ต้องเสียเวลาอีกต่อไป หากคุณเจอปัญหาสร้อยคอพันกันจนเป็นปมแกะยาก เพียงโรยแป้งเด็กเล็กน้อยเพื่อให้ลื่นขึ้น จากนั้นก็ค่อยแก้ปม ปมที่ผูกกันไว้จะคลายอย่างอย่างง่ายดายครับ 2. ลดกลิ่นเหม็นอับ แป้งเด็กสามารถช่วยลดกลิ่นอับในบริเวณต่างๆได้ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ เช่น ในบริเวณลิ้นชักตู้เครื่องแป้ง หรือตามภายในตู้ไม้ต่างๆ เพียงโรยแป้งเด็กไว้ กลิ่นอับชื้นก็จะเจือจางลงครับ 3. ลดความมันของเส้นผม แป้งเด็กมีคุณสมบัติลดความมันบนเส้นผมได้ เพียงโรยลงบนมือ แล้วก็นวดผมเบาๆ เพียงเท่านี้ความมันเงาบนหัวคุณก็จะลดลง 4. แก้ปัญหาเตียงนอนร้อนในฤดูร้อน เป็นที่รู้กันว่าในฤดูร้อนในประเทศไทย มันร้อนแค่ไหน การนอนหลับบนเตียงร้อนๆในคืนที่ร้อนอบอ้าวกลางเดือนเมษายนไม่ใช่เรื่องที่คุณปราถนาแน่ เพียงโรยแป้งไว้บนที่นอนเพื่อดูดซับไอร้อน เพียงเท่านี้ปัญหาเตียงร้อนก็จะหมดไป แป้งบาบาร่า.

แป้งบาบาร่า 5. ไพ่ติดกัน babalah
บางครั้งเวลาเราเล่นไพ่เกมส์กับเพื่อนๆ อาจจะเจอปัญหาไพ่สองใบติดเป็นแผ่นเดียวกัน ปัญหานี้แก้ได้โดยจับเอาไพ่ที่ติดกันเขย่าในถุงกระดาษที่ใส่แป้งเด็ก หลังจากนั้นก็เช็ดให้สะอาดก่อนเอามาเล่นกันต่อ

6. ป้องกันมด
แป้งเด็กสามารถป้องกันมดได้ เพียงนำไปโรยบริเวณที่มดชอบเดินผ่าน เพียงเท่านี้มดก็จะไม่มารบกวนบริเวณนั้นอีกต่อไป แป้งบาบาร่า

7. ทำความสะอาดบริเวณที่เป็นคราบมัน
การทำอาหารในหลายๆ ครั้ง อาจจะทำให้พื้นที่รอบๆสกปรกไปด้วยคราบมัน โรยแป้งเด็กลงบนบริเวณนั้นๆ แล้วก็ใช้เช็ดออก ความมันก็จะไม่มีรบกวนอีกแล้วล่ะ

8. ยืดอายุการใช้งานถุงมือยาง
เพียงนำแป้งเด็กใส่ลงไปในถุงมือยางก่อนสวมใช้งานทุกครั้ง จะช่วยให้ถุงมือใหม่อยู่เสมอ แถมยังถอดสะดวกหลังจากใช้งานอีกด้วยนะ

9. พื้นไม้เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
สำหรับบ้านที่ปูพิ้นไม้ หลังจากการทำความสะอาดบ้านแล้วมักจะมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเวลาเดินผ่านให้รำคาญใจ เพียงโรยแป้งเด็กบริเวณที่เกิดเสียง แล้วก็เช็ดออกด้วยผ้า เสียงอันน่ารำคาญก็จะหายไปครับ

10. ทำความสะอาดเท้าที่เปื้อนทราย
อย่าลืมพกแป้งเด็กเวลาไปทะเลครับ รับรองว่ามีประโยชน์แน่นอน เพราะแป้งเด็กสามารถทำความสะอาดเท้าที่เปื้อนทรายได้ หลังจากเล่นน้ำทะเลเสร็จแล้ว เพียงโรยลงบนฝ่าเท้าแล้วก็ใช้เท้าปัดออก ทรายที่ติดอยู่ก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย

11. เสริมความสวยงามให้ขนตา
ประโยชน์ของแป้งเด็กข้อนี้ได้รับการการันตีจากหลายนักแต่งหน้า หลังจากปัดมาสคาร่าแล้วใช้คอตตอนบัดที่โรยด้วยแป้งเด็ก ปัดเบาๆบริเวณขนตา เพียงเท่านี้ขนตาก็หนา จะดูเด่นขึ้นมาเลยล่ะ

12. ลดความอับชื้นให้กับรองเท้า
เพียงโรยแป้งไว้ในรองเท้าที่คุณสวมเป็นประจำ จะช่วยลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากเท้าได้ครับ

อ้อ! นอกจากนี้มีคำเตือนดีๆอยากแนะนำด้วยครับว่า ถึงแม้จะเป็นแป้งเด็ก แต่ก็เป็นอันตรายต่อเด็ก หากสูดดมหรือเข้าปาก เพราะฉะนั้นขอแนะนำว่าอย่าโรยซี้ซั้วล่ะครับ เป็นห่วงเด็กในบ้านของคุณด้วย

แป้งผัดหน้า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นผงสีต่างๆ ใช้สำหรับตกแต่งสีผิวบริเวณใบหน้า และลำคอให้มีลักษณะสวยงามกว่าสภาพผิวธรรมดา
ลักษณะโดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติเนื้อละเอียด นุ่ม สามารถใช้ และทาติดผิวได้ง่าย ติดทนนาน กระจายตัวดี สามารถปกปิดริ้วรอยหรือรอยด่างดำ มีความกลมกลืนกับสีผิว ลดความมันบนใบหน้า มีกลิ่นหรือสีน่าใช้ มองดูเป็นธรรมชาติ และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้

ชนิดของแป้งผัดหน้า
1. ชนิดอัดแข็ง (Compact face powder) เป็นแป้งผัดหน้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเล็ก กะทัดรัด สามารถพกพาได้สะดวก ใช้ได้นาน หาซื้อได้ง่าย และมีให้เลือกหลายสี มีลักษณะเป็นผงละเอียดที่ถูกอัดเป็นแผ่นตามลักษณะของตลับบรรจุ มักเติมสารเพิ่มการยึดเกาะ และสารที่มีคุณสมบัติทึบแสงช่วยให้ปกปิดสภาพผิวที่มีปัญหาได้ดี ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจะมีหลายแบบให้เลือก โดยมีฟองน้ำเนื้อละเอียด และบางเบา ใช้สำหรับเป็นอุปกรณ์ผัดทา

แป้งผัดหน้าชนิดอัดแข็ง

2. ชนิดฝุ่น (Loose face powder) เป็นแป้งผัดหน้าที่อยู่ในรูปผงบรรจุในตลับโดยไม่มีการอัดแข็ง นิยมใช้ทาทับผิวหน้าหรือเป็นแป้งรองพื้นเพื่อให้ใบหน้าดูเนียน ลดความมันของใบหน้าหรือครีม โดยมีแปรงผัดหน้าที่มีขนอ่อนนุ่มใช้สำหรับเป็นอุปกรณ์ผัดทา

แป้งผัดหน้าชนิดฝุ่น

ส่วนผสม
ผลิตภัณฑ์ของแป้งโดยองค์ประกอบหลักจะมีลักษณะคล้ายกัน คือ การใช้ Talcum และสารเติมแต่งอื่นๆ เช่น สารยึดเกาะ สารให้สี เป็นต้น
1. Talcum เป็นผลิตภัณฑ์แร่ที่ได้จากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นผลึกหรือผงเนื้อละเอียด เมื่อสัมผัสจะรู้สึกลื่นเบา โปร่งใส หากบริสุทธิ์จะมีลักษณะสีขาว หากมีสิ่งอื่นเจือปนจะมีสีเทาหรือสีเขียวอ่อน มีผลิตมากในแถบประเทศฝรั่งเศส นอร์เวย์ อียิปต์ อินเดีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มีจุดด้อย คือ ปกปิดสภาพผิวได้น้อย ซึมติดผิวได้ไม่ดีนักเนื่องจากน้ำซึมผ่านได้ไม่ดี และอาจมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน ซึ่งต้องทำการอบฆ่าเชื้อก่อนที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

2. Sericite เป็นแร่จากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นผงละเอียด ขนาดเล็ก เมื่อสัมผัสจะรู้สึกลื่นมือ หากนำไปผสมซิลิโคนจะมีคุณสมบัติเกาะติดผิว และป้องกันน้ำได้ดี และดีกว่า talcum แต่มีความละเอียด และลื่นน้อยกว่า

3. Mica เป็นสารจากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นสีขาวอมเทา ขนาด 150 ไมครอน ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อให้มีความโปร่งแสง

4. Kaolin เป็นสารจากธรรมชาติ สีขาวอมเทา เมื่อเปียกน้ำจะทำให้สีเข้มขึ้น มีกลิ่นเหมือนดิน มีความสามารถในการดูดซับน้ำหรือน้ำมันได้ดีใช้เพื่อลดความหนาแน่นของฝุ่นผัดหน้า ช่วยลดความเงาของ talcum

5. สังกะสี (zinc stearate) เป็นผงสีขาวใช้เพื่อเพิ่มความทึบแสง ช่วยในการเกาะติดผิว และกันน้ำได้ดี

6. แมกนีเซียมคาร์บอเนต (magnesium carbonate) มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลช่วยในการดูดซับน้ำ น้ำมันบนใบหน้า

7. แคลเซีัยมคาร์บอเนต (calcium carbonate) มีลักษณะเป็นผงสีขาว ใช้สำหรับการดูดซับความชื้น น้ำ น้ำมัน บนใบหน้า และทำให้ใบหน้าแลดูมีนวล

8. Metallic soaps แป้งบาบาร่า เป็นส่วนผสมช่วยให้แป้งมีคุณสมบัติกันน้ำเพิ่มขึ้น

9. แป้ง (starch) เป็นส่วนผสมที่ทำให้ผิวดูนวล หากผสมมากจะทำให้จับตัวเป็นก้อนเมื่อสัมผัสกับน้ำ

10. พลาสติก (plastics) ใช้เป็นส่วนผสมที่ทำให้มีมีความลื่นเพิ่มขึ้น ใช้เป็นส่วนผสมเพียงเล็กน้อย

11. พอลิเมอร์ (polymer) เช่น nylon-12 lauryl, lysine, PMMA ใช้สำหรับเพิ่มความลื่น และสัมผัสที่ดีให้แป้ง

12. สารช่วยยึดเกาะ เช่น lanolin ช่วยทำให้แป้งยึดเกาะตัวกันดีขึ้นสำหรับการอัดแข็งบนตลับ

13. สารทำให้มีสี เช่น iron oxide, titanium dioxide zinc, oxide และ ultramarine เป็นสารทำให้เกิดสีที่กลมกลืนกับผิวของใบหน้า

14. สารกันเสีย (preservatives) เป็นสารที่ใช้สำหรับการยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ในแป้งผัดหน้า ทำให้เก็บรักษาไว้ได้นาน สารที่ใช้ ได้แก่ ฟอร์มาดไฮด์ อิมิดาโซลิดินิลยูเรีย เมทิลคลอโรไอโซไทอะโศลโนน และฟีโนซีเอทานอล เป็นต้น

15. น้ำหอม ใช้สำหรับทำให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอมน่าใช้มากขึ้น น้ำหอมที่ใช้มักเป็นสารที่สกัดจากธรรมชาติ พวกน้ำมันหอมระเหยชนิดต่างๆ

ลักษณะการใช้
1. ใช้ทาบริเวณผิวหน้า และลำคอ โดยเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด
2. ใช้ทาหลังจากทาครีมรองพื้นแล้วหรือใช้ทาหลังจากทำความสะอาดหน้าเสร็จโดยไม่ต้องใช้ครีมรองพื้น
3. การทาหนาหรือบางขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้า และชนิดของแป้ง แต่ไม่ควรทาให้มีสีที่แตกต่างจากผิวหน้ามากเกินไป
4. การเลือกชนิดของแป้งผัดหน้า ควรเลือกให้มีลักษณะสีที่เข้ากัน และกลมกลืนกับสีผิวของใบหน้ามากที่สุด
5. เมื่อใช้แล้ว ควรปิดฝาให้สนิท เก็บให้ห่างจากความชื้น และไม่ให้เปียกน้ำ แป้งบาบาร่า.

vite secrete plus เคล็ดลับการขัดผิวขาวที่ดี การขัดผิวให้ขาวสะอาด

vite secrete plus เคล็ดลับการขัดผิวขาวที่ดี การขัดผิวให้ขาวสะอาด ควรทำด้วยความนุ่มนวล และไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวบอบบางลง จนไม่สามารถทนต่อแสงแดดที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ผิวหยาบกร้านได้ง่ายขึ้น โดยปกติแล้วผิวหนังจะมีการผลิตเซลล์ผิวเป็นประจำทุก 2-4 สัปดาห์ แต่เมื่ออายุมมากกว่า 20 ปี ขึ้นไป การผลัดเซลล์ผิวจะค่อย ๆ ช้าลง การขัดเซลล์ผิวจะช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใส แต่ไม่ควรทำการขัดผิวเป็นประจำทุกวัน ความถี่ในการขัดผิวกายที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 2 ครั้งต่อเดือน โดยการขัดผิวกายนั้น ให้ทำการขัดเป็นวงกลมอย่างเบามือ และหลังจากที่ทำการขัดผิวเสร็จแล้ว ควรหามอยส์เจอไรเซอร์มาทาที่ผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว สูตรพอกหน้ามีด้วยกันหลากหลายสูตร แต่ละสูตรก็มีคุณสมบัติในการบำรุงและช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับ 15 สูตรที่เราหยิบมาฝากกันในวันนี้ แต่ละสูตรล้วนมาพร้อมคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยลดปัญหาสิวในตัวพร้อมกัน ว่าแต่จะมีสูตรใดบ้างนั้น มาติดตามกันค่ะ vite secrete plus.

vite secrete plus สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว ไวท์ ซีคริท พลัส

ไข่ขาว ไอเทมสุดเด็ดที่หาได้จากในครัวทุกบ้าน ราคาถูก แต่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ในการปรนนิบัติผิวสวยได้อย่างครบวงจร โดยเฉพาะการนำไข่ขาวมาใช้ลอกสิวเสี้ยนและสิวหัวดำ ทั้งยังเป็นการมาส์กหน้าชั้นเยี่ยมในการทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก และยังช่วยดีท็อกซ์ผิวหน้าได้อย่างสะอาดเกลี้ยงเกลา หมดปัญหาสารเคมีจากเครื่องสำอางตกค้างได้อย่างมั่นใจ

วิธีพอกหน้าด้วยไข่ขาว
ให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขนเตรียมไว้ก่อน จากนั้นนำไข่ขาวมาทาลงบนผิวหน้าจนทั่ว แล้วนำสำลีแผ่นบางมาแปะทับลงไป ปล่อยทิ้งไว้จนไข่ขาวแห้งตึงไปกับผิว จากนั้นให้ค่อยๆ ลอกแผ่นสำลีออกจากด้านล่างขึ้นมาด้านบน วิธีนี้จะช่วยขจัดสิวเสี้ยนและสิวหัวดำให้หลุดออกมาได้อย่างดี เสร็จแล้วจึงล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขนให้กระชับ สำหรับสาวๆ คนไหนที่มีสิวเสี้ยน แนะนำให้พอกหน้าด้วยไข่ขาวเพื่อดูดสิวเสี้ยนออกสัปดาห์ละครั้ง ผิวหน้าของคุณจะเนียนใสและไม่มีสิวเสี้ยนกวนใจเลยล่ะ อีกทั้งรูขุมขนก็ยังกระชับเล็กลง และหากเติมน้ำมะนาวลงไปเพิ่มก็จะช่วยลดความมันบนผิวหน้าได้เช่นเดียวกัน vite secrete plus

สูตรพอกหน้าด้วยไข่ขาว

สูตรพอกหน้าขาวด้วยมะนาว

มะนาวเป็นพืชสมุนไพรที่มีค่าความเป็นกรดจากธรรมชาติ โดยมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาพอกหน้าบำรุงผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก และทำให้ผิวหน้าขาวเนียนใสได้อย่างรวดเร็ว

วิธีพอกหน้าด้วยมะนาว
บีบน้ำมะนาวสดใส่ถ้วยเล็กไว้ นำสำลีแผ่นมาชุบน้ำมะนาวจากนั้นนำมาทาลงบนผิวหน้าจนทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด โดยเฉพาะสาวๆ คนไหนที่มีปัญหาสิวอยู่จะนำน้ำมะนาวมาแต้มเฉพาะหิวสิวก็ได้ซึ่งจะช่วยให้สิวแห้งและยุบตัวลงเร็ว อีกทั้งเมื่อสิวหายยังไม่ทิ้งรอยดำๆ เอาไว้บนใบหน้า ทำให้ผิวหน้าขาวเนียนใสอย่างใจต้องการ ในขณะเดียวกัน รอยดำจากสิวเม็ดเก่าก็จะค่อยๆ ลดเลือนลงอย่างเป็นธรรมชาติได้ด้วย แต่หากสาวๆ คนไหนพบว่าผิวหน้าแสบระคายเคืองจากกรดน้ำมะนาวที่มีมากเกินไป ก็สามารถละลายน้ำสะอาดเล็กน้อยได้เพื่อให้กรดจากน้ำมะนาวเจือจางลง น้ำมะนาวจะได้ไม่กัดผิวหน้าจนแสบ หรืออาจจะผสมน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตลงไปก็ได้เช่นกัน อีกทั้งส่วนผสมอย่างน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตก็ยังเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ในการช่วยเติมความชุ่มชื้นผิว งานนี้ได้ผิวสวยนวลนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอีกสองเด้งเลยทีเดียว

สูตรพอกหน้าใสด้วยนํ้าผึ้ง

น้ำผึ้งเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์มากมาย ดีทั้งต่อสุขภาพร่างกายและผิวพรรณ ในส่วนของผิวหน้า น้ำผึ้งก็ได้รับความนิยมในการนำมาใช้พอกหน้าบ่อยเช่นกัน เนื่องจากมีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังสามารถยับยั้งเชื้อเหล่านั้นไม่ให้เจริญเติบโตจนทำให้สิวอักเสบเกิดการลุกลามหนักขึ้นได้ด้วย ตรงกันข้าม มันกลับสามารถทำให้สิวแห้งและยุบตัวลงได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย

วิธีพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง
นำน้ำผึ้งมาทาลงบนผิวหน้าจนทั่วจากนั้นนวดหน้าด้วยปลายนิ้วเบาๆ แล้วพอกทิ้งปล่อยไว้ประมาณ 30 นาทีจึงล้างหน้าให้สะอาด หลังจากสาวๆ ล้างหน้าเสร็จแล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงสภาพผิวหน้าที่นุ่มชุ่มชื้นขึ้นมาทันที สำหรับสูตรพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งนี้ หากหมั่นพอกหน้าเป็นประจำ รับรองค่ะว่าผิวหน้าจะเนียนใสไร้สิวกวนใจแน่นอน

สูตรพวกหน้าด้วยนํ้าผึ้ง

สูตรพอกหน้าลดสิวด้วยขมิ้น

ขมิ้น เป็นสมุนไพรไทยที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยลดผดผื่นคันและช่วยสมานผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขมิ้นจึงได้รับความนิยมในการนำมาเป็นหนึ่งในสูตรพอกหน้าเพื่อแก้ปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะสาวคนไหนที่มีปัญหาสิว หากพอกหน้าด้วยขมิ้นแล้ว สิวจะแห้งและยุบตัวลงเร็วทันใจ อีกทั้งยังทำให้รอยดำจากสิวค่อยๆ จางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีพอกหน้าด้วยขมิ้น
นำผงขมิ้นมาผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมะนาวและนมสด คนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกหน้าประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด ควรทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวหน้าจะเรียบเนียนกระจ่างใส รูขุมขนกระชับเล็กลง ลดการเกิดสิว รักษารอยสิวเก่าและช่วยบำรุงผิวหน้าให้ขาวใสขึ้นได้
สูตรมาส์กหน้าด้วยแอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีอ่อนๆ สามารถนำมาพอกผิวหน้าได้อย่างไม่ต้องกลัวว่าจะระคายเคืองผิว คุณสมบัติจากแอปเปิ้ลจะช่วยผลัดความหมองคล้ำบนใบหน้า ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส พร้อมกันนี้ ยังช่วยลดเลือนรอยสิวและลดริ้วรอยเหี่ยวย่นให้จางลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีมาส์กหน้าด้วยแอปเปิ้ล
นำแอปเปิล 1 ลูก มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นเอาไปปั่นละเอียดโดยที่ไม่ต้องปอกเปลือกออก บีบน้ำมะนาวใส่ลงไปผสมเพิ่มอีก 1/2 ลูก คนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกบนใบหน้าจนทั่ว เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น สูตรพอกหน้าด้วยแอปเปิลนี้ แนะนำให้ทำสัปดาห์ละครั้ง สาวๆ จะพบกับผลลัพธ์ของการมีหน้าใสไร้สิวและผิวก็เรียบเนียนเปล่งปลั่ง

สูตรพอกหน้าด้วยแอปเปิ้ล

สูตรพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

นอกจากการพอกหน้าเป็นประจำแล้ว การหมั่นสครับผิวหน้าอยู่เสมอก็นับเป็นอีกวิธีที่จะทำให้ผิวหน้าเนียนใสได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสูตรสครับที่เราหยิบมาแนะนำก็คือ สูตรพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตนั่นเอง vite secrete plus โยเกิร์ตมีคุณสมบัติอ่อนโยนต่อผิว เปี่ยมด้วยสารอาหารต่างๆ ที่ดีต่อผิวมากมาย เมื่อเรานำมาทำเป็นสูตรสครับผิวหน้า มันจะช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำหลุดออกได้อย่างอ่อนโยน พร้อมช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์ผิวใหม่ที่ขาวใสกว่าให้ขึ้นมาแทนที่กันได้ ผิวหน้าของคุณก็จะขาวกระจ่างใส เรียบเนียนและไร้ปัญหาสิวกวนใจ

วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต
นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติปริมาณ 1/2 ถ้วย มาผสมให้เข้ากันกับเกลือป่นเม็ดละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วนำมาสครับลงบนผิวหน้าอย่างเบามือ นวดวนไปมาด้วยปลายนิ้วเท่านั้น จากนั้นพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาด แนะนำให้สครับผิวหน้าด้วยสูตรจากโยเกิร์ตอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เกลือจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ในขณะที่โยเกิร์ตก็จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นไปพร้อมกัน สูตรนี้รับรองนอกจากผิวเนียนเกลี้ยงแล้ว ผิวหน้ายังขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ และไร้ปัญหาหมองคล้ำแน่นอน

สูตรพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต
สูตรมาร์คหน้าด้วยดินสอพอง

ดินสอพอง มีคุณสมบัติความเป็นแป้งละเอียดอ่อน เมื่อเรานำมาละลายผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ก็จะยิ่งก่อให้เกิดการผสานคุณค่าเป็นหนึ่งเดียวกัน ดินสอพองจะทำหน้าที่ดูดซับความมันและสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก โดยเฉพาะสาวคนไหนที่มีสิวบ่อย ผิวหน้าไม่เรียบเนียนเกลี้ยงเกลา ลองใช้สูตรพอกหน้าจากดินสอพองช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เลย

วิธีมาร์คหน้าด้วยดินสอพอง
นำดินสอพองสตุ 2-3 เม็ด มาผสมกับน้ำมะนาว 1/2 ผล คนส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน จากนั้นนำมาพอกลงบนผิวหน้าจนทั่ว เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาด หากสาวๆ คนไหนมีปัญหาสิวผด หรืออยากให้ใบหน้าขาวผ่องใสก็สามารถหยดผงขมิ้นลงไปผสมเล็กน้อยได้ จากนั้นนำมาพอกหน้าตามปกติ สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าเนียนและผุดผ่องใส ปัญหาสิวก็จะไม่มาเยือน อีกทั้งยังช่วยดูดซับความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี เหมาะอย่างมากสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้ามัน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ หากที่ผ่านมาสัมผัสผิวหน้าทีไรก็พบแต่ความสากหยาบกร้านของผิว คราวนี้เรามาเรียกคืนผิวหน้าเรียบเนียนใสกลับคืนมาเป็นของคุณอีกครั้งกันเถอะ ด้วย 7 สูตรพอกหน้าเพื่อผิวเนียนดั่งที่เรานำมาฝาก แต่ละสูตรใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นหลัก จึงมั่นใจว่าปลอดภัยต่อผิวอันบอบบางของคุณอย่างแน่นอนค่ะ vite secrete plus.