Author Archives: admin

tomato amino plus อยากสวยในราคาสบายกระเป๋าจะมีสูตรใดทำได้บ้างมั้ยนะ?

tomato amino plus อยากสวยในราคาสบายกระเป๋าจะมีสูตรใดทำได้บ้างมั้ยนะ? หากสาวๆ คนไหนกำลังรำพึงประโยคนี้กับตัวเองอยู่ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอกกับ 8 สูตรพอกหน้าด้วยไข่ขาว คืนความงามให้ผิวสาวในราคาแสนประหยัด เพราะไข่ขาวเป็นสุดยอดวัตถุดิบหาง่ายจากก้นครัว แถมราคาก็ถูก ลงทุนไม่กี่บาท แต่กลับได้ผิวสวยดั่งใจมาครอบครอง เหมาะอย่างมากสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวสารพัดอย่าง เรามาดูกันดีกว่านะคะว่าสูตรพอกหน้าด้วยไข่ขาวมีอะไรบ้าง แต่ละสูตรสามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างไร สูตรพอกหน้าด้วยไข่ขาว ดีท็อกผิวหน้าให้สะอาดด้วยไข่ขาว การล้างหน้าให้สะอาดก็เพื่อขจัดสิ่งสกปรก และสารเคมีจากเครื่องสำอางที่ตกค้าง ซึ่งจะให้ดีที่สุด บางครั้งการล้างหน้าธรรมดาอาจยังไม่พอ ดังนั้น การมาส์กหน้าด้วยไข่ขาวก็นับเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่จะช่วยดีท็อกซ์ผิวหน้าให้สะอาดปราศจากสิ่งสกปรกและสารเคมีจากมลภาวะต่างๆ ให้หลุดออกไปได้มากขึ้น เพราะผิวหน้าของเราในแต่ละวันล้วนเผชิญกับฝุ่นควัน แสงแดด สารเคมีจากเครื่องสำอางและอีกมากมายจนทำลายผิวให้หมองคล้ำ เกิดการอุดตันจนเป็นสิวและยังมีผดผื่นคันตามมา ส่งผลให้เกิดจุดด่างดำและริ้วรอยเหี่ยวย่น แต่ปัญหาเหล่านี้สาวๆ สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการมาส์กหน้าเพื่อดีท็อกซ์และพื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาสดใสสุขภาพดีอีกครั้ง tomato amino plus.

tomato amino plus วิธีดีท็อกผิวหน้า อาหารเสริมมะเขือเทศ
นำไข่ขาวมาพอกบนใบหน้าจนทั่ว ปล่อยไว้ประมาณ 15 นาที หรือจนไข่ขาวเคลือบผิวหน้าจนแห้งแล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้ให้ทำเป็นประจำ หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ผิวหน้าจะสะอาด เรียบเนียนและเกลี้ยงเกลายิ่งขึ้น แถมยังทำให้ครีมบำรุงผิวสามารถซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีมากขึ้นอีกด้วย โทเมโท อะมิโน พลัส

สูตรลอกสิวเสี้ยนด้วยไข่ขาว

เชื่อว่าผู้หญิงแทบทุกคนจะต้องมีปัญหาสิวเสี้ยนขึ้นบดบังความงามของผิวด้วยกันทั้งนั้น และหากใครมีสิวเสี้ยนเยอะ นอกจากการใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนราคาแพงลอกออกบ่อยๆ แล้ว รู้หรือไม่คะว่าการลอกสิวเสี้ยนด้วยไข่ขาวก็สามารถทำได้เช่นกัน เป็นสูตรง่ายๆ จากธรรมชาติ แถมราคาแสนประหยัด แต่ได้ผลดีสุดๆ tomato amino plus

วิธีลอกสิวเสี้ยน
นำไข่ขาวมาผสมให้เข้ากันกับน้ำมะนาว คนให้เข้ากันแล้วนำสำลีแผ่นบางมาชุบลงในส่วนผสม จากนั้นแปะบนใบหน้าตรงส่วนที่มีสิวเสี้ยน หรือหากจะทำเป็นมาส์กบำรุงผิวหน้าในตัวไปเลยก็ได้ โดยนำสำลีชุบไข่ขาวมาวางแปะหน้าฝาก แก้มสองข้าง จมูกและคาง ปล่อยทิ้งไว้จนไข่ขาวแห้งตึง จากนั้นจึงค่อยๆ ลอกแผ่นสำลีออก โดยค่อยๆ ลอกออกจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยหากดึงย้อนลงมาข้างล่าง เสร็จแล้วก็ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น วิธีพอกหน้าด้วยไข่ขาวเพื่อกำจัดสิวเสี้ยนนี้ หากสาวๆ หมั่นทำเป็นประจำ ผิวหน้าของคุณนอกจากจะกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีแล้ว สิวเสี้ยนก็จะลดน้อยลง ทำให้รูขุมขนกระชับ และความมันบนใบหน้ายังลดน้อยลงอีกด้วย สำหรับสูตรลอกสิวเสี้ยนด้วยไข่ขาวนี้ นอกจากจะใช้สำลีแผ่นเป็นตัวช่วยลอกแล้ว สาวๆ ยังสามารถนำกระดาษซับหน้ามันมาใช้ลอกแทนสำลีได้ด้วยเช่นกัน รับรองค่ะว่าสาวคนไหนที่มีสิวเสี้ยนเยอะ หลังจากลอกออกคุณจะเห็นสิวเสี้ยนติดมาบนแผ่นกระดาษเยอะมากทีเดียว

2.2

สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว รักษาสิว ฝ้า กระและจุดด่างดำ

สิว ฝ้า กระและจุดด่างดำ เป็นสุดยอดปัญหาผิวที่ทำเอาสาวๆ หลายคนกลัดกลุ้มไปตามๆ กัน โดยเฉพาะหาก 4 ปัญหาเหล่านี้มารวมตัวที่ใบหน้าเราพร้อมกันทีเดียว เพราะฉะนั้น เรามาใช้สูตรมาร์คหน้าไข่ขาวกำจัดสิว ฝ้า กระและจุดด่างดำกันดีกว่า โดยวิธีการพอกก็ยังสามารถทำตามได้ง่ายๆ ดังเดิม

วิธีรักษาสิว ฝ้า กระ
ให้นำไข่ขาวผสมกับน้ำมะนาวเล็กน้อย นำส่วนผสมที่คนเข้ากันดีแล้วมาทาบนใบหน้าจนทั่ว ปล่อยไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นและล้างตบท้ายด้วยน้ำเย็นอีกครั้งเพื่อความเด้งกระชับของผิว แนะนำให้พอกด้วยสูตรนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับรองค่ะว่าปัญหาผิวทั้งสิว ฝ้า กระและจุดด่างดำจะค่อยๆ tomato amino plus จางลงอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสนวลเนียนขึ้น เนื่องจากมะนาวมีกรด AHA ที่จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวหน้าที่หมองคล้ำค่อยๆ กระจ่างใสและขาวขึ้น อีกทั้งรอยดำจากสิวก็ยังลดเลือนลงได้ด้วย

ไข่ขาวพอกหน้า เพิ่มความอ่อนเยาว์ให้ผิว

วันเวลาผ่านไป เมื่อคนเราอายุเพิ่มขึ้นเซลล์ผิวก็เริ่มเสื่อมสภาพทำให้เกิดผิวที่หย่อนคล้อย และเหี่ยวย่นง่าย อีกทั้งสารอนุมูลอิสระก็บุกเข้ามาจู่โจมทำลายผิว ความอ่อนเยาว์ที่เคยมีอย่างเต่งตึงเหมือนวัยสาวก็ย่อมโรยรา เพราะฉะนั้น หากสาวๆ ต้องการเรียกคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้าอีกครั้ง เราขอแนะนำเคล็ดลับการพอกหน้าเรียกผิวเด็กกลับมาง่ายๆ ดังนี้

วิธีเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้ผิว
พอกหน้าด้วยไข่ขาวเป็นประจำทุกวัน โดยพอกติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ หรือจะพอกแบบวันเว้นวันก็ได้เช่นกันค่ะ ให้พอกวันละ 30 นาที หลังจากพอกเสร็จ คุณจะสัมผัสได้ถึงสภาพผิวหน้าที่เนียนนุ่ม กระชับเต่งตึงขึ้น และริ้วรอยก็เริ่มลดลง ทำเป็นประจำต่อเนื่องต่อไป ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้คุณมีผิวหน้าสวยใสและอ่อนเยาว์ราวกับผิวสาววัยแรกแย้มแน่นอน

พอกหน้าด้วยไข่ขาว สูตรลดอาการแพ้

สาวๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย มักมีผดผื่นขึ้นบนผิวหน้าบ่อยๆ การพอกหน้าด้วยไข่ขาวก็สามารถช่วยลดปัญหาผิวแพ้ง่ายได้เช่นกัน แต่จะต้องหมั่นพอกเป็นประจำเท่านั้นนะคะ รับรองค่ะว่าสูตรนี้จะช่วยได้ผลดีแน่นอน แถมยังปลอดภัย ไม่ระคายเคืองต่อผิว tomato amino plus.

ozee flora detox ดีท็อกซ์คืออะไร ดีท็อกซ์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าการล้างพิษ

ozee flora detox ดีท็อกซ์คืออะไร ดีท็อกซ์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าการล้างพิษ เป็นการสวน ล้าง หรือทำความสะอาดลำไส้เพื่อล้างสารพิษออกไปจากร่างกาย ทำไมต้องดีท็อกซ์ คุณรู้หรือไม่ว่าลำไส้เล็ก ที่ว่าเล็กของเรานั้น มีความยาวประมาณ 7.5 เมตร และมีความกว้างมากถึง 250 ตารางเมตร หรือเท่ากับ 2 สนามเทนนิสรวมกันเลยทีเดียว แต่มาอยู่ในช่องท้องของเราได้เพราะมีการพับ ขดไปมา แถมมีซอกมากมาย และตามซอก รอยพับต่างๆ นี่แหละค่ะที่เป็นแหล่งสะสมของตะกรันลำไส้ ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารมันๆ ย่อยยาก อุจจาระเก่าที่ตกค้างในร่างกาย ซึ่งอุจจาระเก่าที่ตกค้างในร่างกายเหล่านี้มีมากถึงวันละ 10 กิโลกรัม อุจจาระตกค้างเหล่านี้มาจากอาหารที่เรารีบเร่งรับประทาน อาหารย่อยยาก อาหารที่มีพยาธิ เชื้อราที่ทำให้ระบบย่อยอาหารมีความผิดปกติ น้ำมันพืชเคลือบลำไส้จนทำให้น้ำที่ดื่มเข้าไปไม่มีการหมุนเวียน รวมทั้งการขับถ่ายไม่เป็นเวลาก็มีส่วนให้ลำไส้ทำงานผิดปกติจนเกิดอุจจาระตกค้างได้ พอนานเข้าก็อาจไปกดทับเส้นเลือดต่างๆ ในกระเพาะและกดทับกระดูกสันหลังจนเกิดอาการ ปวดหลัง ท้องอืด ปวดขา ปวดกล้ามเนื้อสะบักและไหล่ อ่อนเพลีย เวียนหัว และเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งลำไส้ เป็นต้น ozee flora detox.

ozee flora detox ประโยชน์การดีท็อกซ์ โอซี ฟลอร่า ดีท็อกซ์
1. ล้างลำไส้ช่วยให้มีการขับของเสียได้ดี โดยไม่ต้องพึ่งยาระบาย โดยเฉพาะท่านที่มักท้องผูก
2. ประโยชน์ของการล้างลำไส้ช่วยล้างลำไส้อย่างเป็นธรรมชาติ
3. ช่วยทำให้ผิวเรามีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล
4. ช่วยให้พุงยุบ ไม่มีของเสียตกค้างอยู่ในลำไส้ของเรา
5. ระบบขับถ่ายและการไหลเวียนภายในร่างกายสมดุลยิ่งขึ้น
6. ช่วยล้างไขมันในลำไส้เล็ก และยังมีไขมันฝ่ายดีและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
เมื่อไรต้องดีท็อกซ์ ozee flora detox
เมื่อเริ่มรู้สึกไม่สบายท้อง เรอ ท้องอืด ท้องเฟ้อบ่อยๆ ถ่ายเหลว ปวดท้องไม่มีสาเหตุ ท้องเสียบ่อยๆ ท้องผูก ถ่ายไม่ออกบ่อย ระบบขับถ่ายไม่ดี ถ่ายไม่เป็นเวลา ท้องป่อง มีกลิ่นปาก หน้ามัน เป็นสิว เป็นสัญญาณของการมีปัญหาที่ลำไส้แล้วค่ะ ควรดีท็อกซ์ได้แล้ว
สูตร 1 น้ำมะนาว+น้ำอุ่น

สูตรนี้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ เพียงแค่ผ่ามะนาวตามแนวนอนครึ่งลูก บีบมะนาวใส่ลงไปในน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มหลังตื่นนอน (ก่อนอาหารเช้า) ต่อเนื่องกันทุกวัน คุณจะเริ่มสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง เมื่อทำครบ 21 วันแล้วสุขภาพจะดีขึ้นทั้งภายในและภายนอกเชียวค่ะ
สูตร 2 นมสด+กล้วยน้ำว้า

สูตรนี้ก็น่าอร่อย แถมช่วยขับถ่ายด้วย แค่ใช้ นมสดรสจืด 2 กล่อง กินพร้อมกับกล้วยน้ำว้า 2 ลูก หรือปั่นรวมกันแล้วดื่มตอนท้องว่างหลังตื่นนอนหรือก่อน 7 โมงเช้าจะดีมาก เพราะจะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ทำติดต่อกัน 3 วันจะช่วยให้ขับถ่ายเป็นเวลามากขึ้น

ดีท็อกซ์

สูตร 3 น้ำอุ่น+เม็ดแมงลัก

ประโยชน์มากมายสำหรับเม็ดแมงลัก แค่ใช้เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา ใส่ลงในน้ำอุ่น 1 แก้ว รอประมาณ 30 นาทีให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่ แล้วดื่มก่อนเข้านอนสัก 1-2 ชั่วโมง จะได้ไม่ปวดปัสสาวะกลางดึกนะคะ ดื่มทุกวันหรือสัปดาห์ละ 3-4 วันก็ได้ เพราะเม็ดแมงลักมีกากใยอาหารที่ช่วยกระตุ้นประสาทรอบๆ ลำไส้ ช่วยให้รู้สึกอยากถ่าย และช่วยดูดซับไขมันเลว (LDL) ให้ออกมาพร้อมอุจจาระอีกด้วย
สูตร 4 โยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว

อร่อยมาก สูตรนี้ แต่นอกจากอร่อยแล้วยังมีประโยชน์อีกด้วยแค่ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย มะนาว 1/2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นมรสจืด 1 กล่อง แล้วบีบมะนาวใส่แก้ว ตามด้วยน้ำผึ้ง โยเกิร์ต นมสดอุณหภูมิห้อง จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน สังเกตดูว่าน้ำผึ้งละลายดีเป็นอันดื่มได้เลย ควรดื่มเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน จะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย คนท้องผูกต้องลองเลยค่ะ แล้วดื่มน้ำอุ่นตามอีกสักครึ่งแก้วถ่ายปรู๊ด คล่องปรื๊ด สบายท้องเลยค่ะ อ้อ! หรือใครจะกินช่วงบ่ายๆ สูตรนี้ก็สามารถช่วยย่อยขยะในลำไส้เล็กเปลี่ยนเป็นวิตามินบี 12 ไปเลี้ยงสมองได้อีกต่างหาก ตอนเย็นก็ช่วยเรื่องลดความอ้วน ลดพุง ขับถ่ายเหมือนตอนเช้า
สูตร 5 ผัก+ผลไม้+น้ำเปล่า

สูตรสำหรับคนไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า ใช้น้ำดื่มสะอาด 1 ลิตร เลมอน 1 ลูก มะนาว 1/2 ลูก สตรอเบอร์รี่สไลด์ 5 ลูก หรือใช้ส้มหั่นแว่น 1 ผลก็ได้ แตงกวาหั่น 3-4 ชิ้น ใบสะระแหน่ 1 หยิบมือ แนะนำให้ล้างผักด้วยน้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 500 มิลลิลิตร แช่ทิ้งไว้ 10-15 นาทีเพื่อลดสารพิษ ส่วนใครกลัวขมแนะนำปอกเปลือกพวกแตงกวา ozee flora detox เลมอน มะนาว ส้มออกก่อนค่ะ จากนั้นก็นำผัก ผลไม้ทั้งหมดที่เราเตรียมไว้ใส่ขวดน้ำ ขวดโหลแก้วตามชอบ เติมน้ำลงไป ผิดฝา แช่ตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมงก็ดื่มได้แล้ว เมื่อน้ำพร่องก็เติมใหม่ได้เรื่อยๆ ไม่ต้องกินกาก แต่ไม่ควรแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง เดี๋ยวผักเน่าเอาค่ะ สูตรนี้ที่คนทั่วไปรู้จักกันดีในชื่อ Infuse Water สำหรับคนที่ถูกใจยังมีส่วนผสมเด็ดๆ อีกมากมายในโลกออนไลน์ที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ เลยค่ะ
สูตร 6 ผักบุ้ง 2 กำมือผัดหรือต้ม

ในผักบุ้ง 100 กรัมนั้นจะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยเส้นใย วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ อีก เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น ซึ่งผักบุ้งสามารถช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยทำความสะอาดของเสียที่ตกค้างในลำไส้ และผักบุ้งจีนมีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเหลือง ช่วยแก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายออกมาเป็นเลือด วิธีการทำสูตรนี้ก้ทำได้ด้วยการใช้ลำต้นคั้นนำน้ำมาผสมกับน้ำผึ้งดื่ม ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ฯลฯ เห็นไหมล่ะคะว่าแค่ผักบุ้งตัวเดียวก็ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายจริงๆ สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักควรจะทานเป็นผักบุ้งต้มดีกว่าค่ะ ไม่มีน้ำมันมากวนตัวกวนใจ
สูตร 7 มะละกอดิบ+น้ำเปล่า

สูตรนี้ใช้มะละกอดิบ 1/2 ลูกปอกเปลือก เอาเม็ดออกให้หมด แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ มาต้มกับน้ำเปล่า 3 ถ้วยตวงประมาณ 15 นาที พักให้เย็นแล้วกรอกใส่ขวดแช่ตู้เย็น เก็บไว้ดื่มได้หลายวัน โดยดื่ม 1 แก้วก่อนนอน เช้ามาดื่มน้ำอุ่นตามอีก 1 แก้วก็ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นค่ะ
สูตร 8 แก้วมังกร+น้ำแข็ง

มองข้ามไปไม่ได้เลยค่ะ เพราะแก้วมังกรเป็นผลไม้อีกชนิดที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย เพียงแค่เอาแก้วมังกร 1 ลูกมาปั่นผสมกับน้ำแข็ง 2 ช้อนโต๊ะให้ละเอียด ดื่มง่าย สดชื่น แถมสรรพคุณช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ แก้ปัญหาท้องผูกได้ด้วย
สูตร 9 มะเขือเทศ+หอมหัวใหญ่

แค่คิดถึงรสชาติของน้ำมะเขือเทศ หลายคนก็ทำหน้าเบ้แล้ว แต่สูตรนี้กินไม่ยาก แถมมีประโยชน์ด้วยค่ะ แค่เอามะเขือเทศเนื้อ 2 ลูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ต้มในน้ำเดือดจนสุกดีจึงใส่หอมหัวใหญ่ 1/2 ลูกลงไปต้มด้วย ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยตามชอบ แล้วใช้ไฟอ่อนเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนมะเขือเทศกับหอมหัวใหญ่เปื่อยเป็นเนื้อเดียวกันก็จะได้ซุปมะเขือเทศแสนอร่อยมารับประทานช่วยขับถ่ายแล้ว
เห็นไหมล่ะคะ ว่าการดีท็อกซ์นั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด บางสูตรยังน่าอร่อยอีกต่างหาก และสูตรที่เรานำมาฝากทั้งหมดนั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้านไม่ต้องไปดีท็อกซ์ที่โรงพยาบาลค่ะ แล้วต่อจากนี้ก็อย่าลืมเลือกรับประทานอาหารมีประโยชน์ เป็นมิตรต่อลำไส้และระบบขับถ่ายนะคะ จะได้ลำไส้สะอาด ปราศจากอุจจาระตกค้างกันค่ะ ozee flora detox.

ตังถั่งเช่า อ้วยอัน ถั่งเช่า Cordyceps mushroom, Caterpillar Fungus

ตังถั่งเช่า อ้วยอัน ถั่งเช่า Cordyceps mushroom, Caterpillar Fungus ชื่อไทย  ชื่อวิทยาศาสตร์  ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า วงศ์ : ถั่งเช่า หรือ ตังถั่งแห้เช่า ชื่ออังกฤษ Cordyceps mushroom, Caterpillar Fungus : ส่วนที่เป็นตัวหนอน คือ ตัวหนอนของผีเสื้อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hepialus amoricanus Obrthiir : ส่วนที่เห็นที่อยู่บนตัวหนอน Cordyceps sinensis (Berk.) Saec.: Clavicipataceae ถั่งเช่า หรือ ตังถั่งแห่เช่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศจีนมาอย่างยาวนาน ด้วยความเชื่อที่ว่าถั่งเช่า มีสรรพคุณทางยา แผนโบราณในเรื่องของการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ ใช้เป็นยาบำรุงกำลังบำรุงอวัยวะภายในได้ ถั่งเช่าได้จากการผสมผสานกันระหว่างตัวหนอน และเห็ด “ตังถั่งแห่เช่า” หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “ถั่งเช่า” แปลเป็นไทยว่า “ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า” ที่เรียกว่า “หญ้าหนอน” ก็เพราะว่ายาสมุนไพร ชนิดนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นตัวหนอน (เป็นตัวหนอนของผีเสื้อ) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hepialus armoricanus Obrthiir และบนตัวหนอน มีเห็ดชนิดหนึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cordyceps sinensis (Berk.) Saec. องค์ประกอบทางเคมีของถั่งเช่า ในถั่งเช่ามีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ตังถั่งเช่า อ้วยอัน.

ตังถั่งเช่า อ้วยอัน 1. มีสารคอร์ไดเซปิน (Cardycepin) ตังถั่งเช่า พลัส
เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวีนรของเลือด
ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรค
บำรุงและฟื้นฟูระบบการทำงานของไตและปอด
ช่วยบรรเทาอาการไตอักเสบและนิ่วในไต
2. มีกรดคอร์ไดเซปิก (Cordycepic acid)
ช่วยกระตุ้นกระบวนการ Metabolism ทำให้ร่างกายมีพลังแข็งแรงในเหนื่อยง่าย
ชะลอภาวะเลือดออกในสมอง ลิ่มเลือด โรคหัวใจขาดเลือด และหอบหืด
3. สเตรอล (sterol)
ป้องกันไตอักเสบเรื้อรัง (Chomic kidney inflammation)
ป้องกันโรค Lupus erythematosus (SLE)
ป้องกันโรคหอบหืด
เพิ่มประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจ ตังถั่งเช่า อ้วยอัน
4. มีโปรตีน, กรดอะมิโน (Amino acid) และวิตามินต่างๆ (E, K, B1, B2, และ B12)

5. มีสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysacharide)

ช่วยต่อต้าน ยับยั้ง และทำลายการลุกลามของเซลล์มะเร็ง
ช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด
ช่วยบรรเทาอาการแทรกซ้อน หรือป่วยซ้ำซ้อนจากโรคเบาหวาน
ลดระดับน้ำตาลในเลือด และโคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในเลือด)
ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมความเสียหายของกลุ่มเซลล์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส
ช่วยรักษาสมดุลการทำงานของระบบประสาท ระบบฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกัน
ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้ ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสกลายเป็นเซลล์เนื้อร้าย
6. มีสารไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide)
ส่งเสริมสมรถภาพทางเพศ
เพิ่มจำนวนเชื้ออสุจิที่แข็งแรงมากขึ้น เหมาะกับผู้ชายที่มีลูกยาก เกิดอาการหลั่งเร็ว
สามารถลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งบางชนิด
ป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน
มีส่วนสำคัญต่อสารสื่อประสาท (neruotransmitters) ทั้งหลาย
ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตอวัยวะส่วนปลายทั้งหมด เช่น แขน ขา สมอง ต่อมลูกหมาก ฯลฯ
ประโยชน์ของถั่งเช่า

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อาการภูมิแพ้ หอบหืด โรคปอด มะเร็งปอด วัณโรค หลอดลมตีบ แพ้อากาศ โรคหัวใจ โรคตับ โรคสมอง เพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของปอด ลดอาการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก เยื่อบุผนังหลอดลม ทำให้ผนังหลอดลมคลายตัวหายใจสะดวก เพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ช่วยอาการของโรคอัลไซเมอร์ ช่วยลดอาการของโรคพาร์กินสัน ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ สร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่า

รายงานการวิจัยในคน

กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ พบว่าการวิจัยในผู้ชาย 22 คนที่ใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมช่วยเพิ่มจำนวนของสเปิร์มในอสุจิได้ 33%
และมีผลลดปริมาณของสเปิร์มที่ผิดปกติลง 29% และมีอีกกรณีศึกษา ในผู้ป่วยทั้งชายและหญิง 189 คน ที่มีความต้องการทางเพศลดลง พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยทำให้อาการและความต้องการทางเพศสูงขึ้น 66% นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสนับสนุนว่าการรับประทานถั่งเช่าจะช่วยปกป้อง และช่วยให้การทำงานของ ต่อมหมวกไต ฮอร์โมนจากต่อมไทมัส และจำนวนของสเปิร์มที่สามารถปฏิสนธิได้เพิ่มขึ้น 300% และช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศของผู้หญิงได้ 86%

กรณีศึกษาฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทำการศึกษาในผู้ชาย 5 คน (อายุเฉลี่ย 35 ปี) ที่ถุงลมถูกกระตุ้นให้อักเสบด้วย
lipopolysaccharide (LPS) พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น imterlukin-1bera (IL-1beta), interlukin-6(Il-6),
interleukin-8 (IL-8), interleukin-10 (Il-10) และ tumor necrosis factor-alpha (TNF-alpha) ได้ จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น

กรณีศึกษาฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยการให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3 กรัม/วัน พบว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ได้ถึง 95% ในขณะที่กลุ่มที่รักษาด้วยยาแผนปัจจุบันสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้เพียง 54%

กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการฟื้นฟูระบบการทำงานของไต โดยให้ผู้ป่วยภาวะไตวายเรื้อรังรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3-5 กรัม/วัน
พบว่าถั่งเช่าทำให้การทำงานของไตมีประสิทธิภาพดีขึ้นและพบว่าหลังจากให้ผู้ป่วยรับประทานถั่งเช่าต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน 1 เดือน สามารถช่วยลด
อาการแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดจากภาวะไตวาย ได้แก่ ลดความดันโลหิต ลดระดับโปรตีนในปัสสาวะ ลดการเกิดภาวะโลหิตจาง และช่วยเพิ่มเอนไซม์
superoxide dismutase (SOD) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และรายงานว่าการให้ผู้ป่วยที่การทำงานของไตบกพร่องจากการใช้ยา gentamicin รับประทาน
ถั่งเช่า 4.5 กรัม/วัน มีผลทำให้ระบบการทำงานของไตดีขึ้นเป็นปกติ 89% ตังถั่งเช่า อ้วยอัน เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมหลังจากรับประทาน ถั่งเช่าภายใน 6 วัน

การศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

เป็นการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองพบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ปรับสมดุลของร่างกายกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านมะเร็ง
ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

ขนาดและวิธีใช้ถั่งเช่าที่เหมาะสม
ขนาดบริโภคของผู้ใหญ่ (อายุมากกว่า 18 ปี) ในแต่ละวันประมาณ 1-9 กรัม

จากคุณสมบัติต่างๆ มากมายของถั่งเช่าที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้มีผลิตภัณฑ์จากถั่งเช่าออกจำหน่ายในท้องตลาดมากมาย ทั้งที่ผลิตภายในประเทศ
และที่นำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จาก ถั่งเช่า ผู้บริโภคควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน
มีฉลากกำกับบอกถึงส่วนประกอบต่างๆ ของผลิตภัณฑ์และวิธีการรับประทานที่ชัดเจน รวมทั้งรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ที่สามารถป้องกันความชื้นได้ดี
ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการพัฒนาการบรรจุถั่งเช่าชนิดแคปซูลในแผง Alu Alu เพื่อป้องกันความชื้นที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้นของผู้บริโภคนั่นเอง

ข้อควรระวัง
ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยาลดน้ำตาลในเลือด
ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยาป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressive)
ไม่แนะนำให้ใช้ในหญิงมีครรภ์ หญิงระยะให้นมบุตร และในเด็ก เพราะยังมีข้อมูลมาเพียงพอ ตังถั่งเช่า อ้วยอัน.

โสมเกาหลี สกัด สรุปสรรพคุณของโสม จากการศึกษาวิจัยพบว่าโสมมีสรรพคุณ

โสมเกาหลี สกัด สรุปสรรพคุณของโสม จากการศึกษาวิจัยพบว่าโสมมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายที่สำคัญได้แก่ 1) เพิ่มสมรรถนะในการทำงานของร่างกายให้สูงขึ้น เนื่องจากโสมมีสรรพคุณในการต้านความเมื่อยล้า (anti-fatigue effect) คือทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขณะทำงานหรือออกกำลังกาย สารพลังงานพวก เอ.ที.พี และไกลโคเจนในกล้ามเนื้อถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว และเกิดการสะสมของกรดแลคติกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้กล้ามเนื้อเมื่อยล้า โสมจะช่วยให้ผนังเซลล์ดูดซึมออกซิเจนเพิ่มขึ้นถึง 21 % มีผลทำให้ขบวนการเผาผลาญภายในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจึงปลดปล่อยพลังงานได้มากขึ้น อัตราการเกิดกรด แลคติกจะลดน้อยลง และมีการสะสมพลังงาน เอ.ที.พี. และไกลโคเจนใหม่รวดเร็วขึ้น ดังนั้นเซลล์จึงสามารถสร้างพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นโสมยังช่วยปรับการเต้นของหัวใจให้กลับสู่ภาวะปกติเร็วขึ้น ร่างกายจึงเหนื่อยช้าลง มีความอดทนต่อการทำงานมากขึ้น ซึ่งช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีสมรรถภาพการทำงานของร่างกายดีขึ้น และช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยในระหว่างพักฟื้นให้หายเป็นปกติได้เร็วขึ้น ทั้งนี้มีรายงานว่าโสมมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดด้วย โสมเกาหลี สกัด.

โสมเกาหลี สกัด 2) คุณสมบัติต่อต้านความเครียด (anti-stress effect) โดยจะช่วยปรับร่างกาย และจิตใจให้สามารถทนต่อความกดดันจากภายนอก โดยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน ACTH (adrenocorticotropic hormone) จากต่อมในสมอง ซึ่งฮอร์โมน ACTH จะเป็นตัวป้องกันและต่อต้านความเครียด โดยเร่งขบวนการเผาผลาญอาหารต่างๆเพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมาต่อต้านความเครียด และช่วยคลายความวิตกกังวล โสมเกาหลี อ้วยอัน

3) กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ginsenoside Rg มีคุณสมบัติกระตุ้นประสาทส่วนกลางให้ตื่นตัว แต่เป็นการออกฤทธิ์ที่แตกต่างจากยาจำพวกแอมเฟตามีน จึงไม่ทำให้กระทบกระเทือนต่อการนอนหลับตามปกติ ส่วน ginsenoside Rb และ ginsenoside Rc ออกฤทธิ์เกี่ยวกับการระงับประสาท ดังนั้นโสมจึงมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยเป็นทั้งตัวช่วยให้ประสาทตื่นตัวและระงับประสาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพที่ร่างกายต้องการ มีผลให้รู้สึกมีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า โดยไม่ทำให้เกิดการอ่อนเพลียหรืออ่อนล้าตามมา โดยพบว่าซาโปนินจากโสมเมื่อให้ในขนาดน้อยๆ จะมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ginseng herbal one

4) เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย การทดลองในคนพบว่าโสมสกัดสามารถทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น นักวิจัยได้ทำการตรวจวิเคราะห์ปฏิกิริยาตอบสนองของเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน ผลปรากฏว่าผู้ที่ได้รับโสมสกัดมีปฏิกิริยาตอบสนองของเม็ดเลือดขาวต่อสารเคมีสูงขึ้น มีอัตราการทำลาย จุลินทรีย์หรืออนุภาคแปลกปลอมต่างๆของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น จำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด lymphocyte ทั้งหมด และจำนวน ที – เซลล์ และ เอ็นเค -เซลล์ เพิ่มสูงขึ้น เป็นผลทำให้ร่างกายสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อจุลินทรีย์และอนุภาคแปลกปลอมต่างๆ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และสารเคมีต่างๆ ตลอดจนการต่อต้านโรคภูมิแพ้หรือโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดต่างๆได้ดี โดยมีผลกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแบบไม่เฉพาะเจาะจง โสมเกาหลี สกัด

5) มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โสมทำให้ต่อมในตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น ช่วยป้องกันการเกิด อาการมึนชา ตามนิ้วมือ และการเกิดแผลเน่าเปื่อย นอกจากนี้ ginsenoside Rb และ ginsenoside Rc ยังออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน จึงช่วยลดขนาดการใช้อินซูลินจากภายนอกในการรักษาคนไข้โรคเบาหวานได้

6) ชะลอความแก่ เนื่องจากโสมมีฤทธิ์ทำลายอนุมูลอิสระที่สามารถทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ให้เสื่อมสลายลงก่อนเวลาอันควร ซึ่งเป็นผลทำให้เกิด “ชราภาพ (aging)” โสมสามารถทำลายอนุมูลอิสระช่วยให้เนื้อเยื่อเสื่อมช้าลง ประกอบกับคุณสมบัติเป็นตัวปรับสภาพให้ร่างกายและจิตใจ ซึ่งช่วยลดขบวนการของความแก่ ดังนั้นโสมจึงช่วยให้ชะลอความแก่ลงได้

7) ช่วยฟื้นฟูและเพิ่มศักยภาพของร่างกาย ในการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติของร่างกาย เช่น ไข้หวัด จากการศึกษาวิจัยที่พบว่าโสมสามารถต่อต้านโรค และอันตรายจากรังสีและสารที่เป็นพิษต่างๆอย่างได้ผลเช่น เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายอันเป็นการป้องกันโรคแทรกซ้อนบางชนิด ช่วยเร่งการสร้างเม็ดเลือดแดง ต่อต้านโรคเลือดจาง ผลในการเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายและผลในการต่อต้านความเครียดที่ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น จึงเป็นผลช่วยให้คนไข้ในระหว่างการพักฟื้นหายจากความเจ็บป่วยได้เร็ว

8) ช่วยป้องกันสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปอดอักเสบ การตัดโอกาสไม่ให้เชื้อโรคลามลงปอดได้ โสมมีสรรพคุณช่วยในเรื่องโรคปอดเรื้อรังชนิดที่พบบ่อยที่สุด คือโรคถุงลมโป่งพอง (COPD) โสมเกาหลี สกัด งานวิจัยของโสมที่ผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง 92 คนแบ่งเป็นกลุ่มวิจัยที่ได้สารสกัดจากโสม วันละ 200 มก 49 คน และกลุ่มควบคุมที่ได้รับยาหลอกอีก 43 คน เป็นเวลา 3 เดือน พบว่ากลุ่มที่ได้รับโสมมีสมรรถภาพทางปอดดีขึ้นอย่างมากในทุกด้าน โดยที่ไม่มีผลข้างเคียง แต่กลุ่มที่ได้รับยาปลอมไม่มีผลดีขึ้นแต่อย่างใด รวมทั้งช่วยกำจัดสารพิษและแอลกอฮอล์ที่อยู่ในกระแสเลือดได้เป็นอย่างดีจึงมีส่วนในการป้องกันการเกิดโรคตับอักเสบด้วย

9) ช่วยกำจัดโคเลสเตอรอล สารโปซานินในโสมมีส่วนช่วยในการกำจัดโคเลสเตอรอล ส่งผลให้ปริมาณโคเลสเตอรอลดีเพิ่มมากขึ้น ช่วยในการสลายลิ่มเลือด ลดไขมันในเลือด และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกล็ดเลือดเกาะตัว

10) ช่วยกระตุ้นให้ไขกระดูก ทำให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงได้ดีขึ้น

11) เสริมประสิทธิภาพทางเพศในชาย มีงานวิจัยในผู้ป่วยที่มีปัญหาองคชาติไม่แข็งตัว (Erectile dysfunction) 45 รายโดยรับประทานโสมเกาหลีปริมาณ 900 มก. 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลาสองเดือน พบว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการแข็งตัวขององคชาติได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในการประเมินอย่างละเอียดทุกด้าน โสมจึงช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย

12) ลดและป้องกันมะเร็ง มีงานวิจัยของเกาหลีพบว่าการรับประทานโสมเกาหลีเป็นเวลานานสามารถลดอุบัติการณ์ของมะเร็งตับลงได้ด้วยการทำงานในด้านการต้านอัลฟาทอกซินบี และยูรีเทน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อยในมะเร็งตับ ในการวิจัยย้อนหลังซึ่งเป็นการวิจัยที่เหมาะสมในการหาความเสี่ยงและสารป้องกันการเกิดมะเร็งในคน พบว่าในคนที่ทานโสมมีอุบัติการณ์หรือมีโอกาสเป็นมะเร็งลดลงอย่างมาก มะเร็งที่มีโอกาสลดลงเมื่อทานโสมได้แก่ มะเร็งริมฝีปาก ช่องปากและคอ มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งปอด มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งรังไข่ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ โสมเกาหลี สกัด.

pacenta nesya สำหรับการอบตัวเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคผิวขาวแบบง่ายๆเช่นกัน

pacenta nesya สำหรับการอบตัวเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคผิวขาวแบบง่ายๆเช่นกัน เครื่องอบตัวสมัยนี้หาซ้อได้ไม่ยากมีหลากหลายราคามากมายรวมถึงยังช่วยให้เรานั้นสามารถ สร้างผิวขาวกระจ่างใสได้พร้อมทั้งลดน้ำหนักได้ไปในตัว ผิวขาวสุขภาพดีใช่ว่าจะต้องมาจากการทาครีมเสมอไปนะคะเพราะว่าเรานั้นสามารถเริ่มต้นด้วยการอบตัวและการใช้สมุนไพรในการสร้างผิวขาวกระจ่างใสได้ด้วยเช่นกันการอบตัวนั้นเป็นหนึ่งในการสร้างผิวขาวแบบถาวรอย่างนึงที่สาวๆหลายๆคนนั้นอาจจะไม่ทราบ สำหรับบ้านใครที่ไม่มีเครื่องอบตัวสมุนไพร ก็อาจจะต้องไปหาซื้อตามห้าง ราคานั้นก็มีตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น ถ้าราคาถูกๆหน่อยหลักพันก็สตาทร์ที่ 5 – 6 พัน ใช้เวลาอบตัวราวๆวันละ 1 – 2 ชั่วโมง ในช่วงระยะแรกเริ่มอาจจะใช้ระยะเวลาสักครึ่งชั่วโมงก่อนเพื่อปรับสภาพร่างกายอาจจะรู้สึกเหม็นกลิ่นสมุนไพรนิดหน่อยในช่วงแรกๆ แต่พอเริ่มชินหรือร่างกายปรับตัวแล้ว คุณจะชินไปเองกับสมุนไพร ไม่ต้องเกร็งปล่อยใจสบายๆไม่ต้องเครียด ทำตัวสบายๆทุกส่งทุกอย่างคือสบายๆ หลับตาลงเบาๆอาจจะเปิดเพลงสบายๆฟังก็ยังได้ รับรองว่าเพลินสุดๆ และรู้สึกสบายตัวจากนั้นก็อาบน้ำอาบท่าปกติ อาจจะหาซื้อน้ำแร่หรือน้ำนมก็ได้ สำหรับอาบน้ำเพื่อช่วยให้ผิวของท่านนั้นนุ่มและขาวกระจ่างใสมีน้ำมีนวล อยากจะมีผิวขาวเทคนิคอบตัวเป็นหนึ่งในเทคนิคที่เรานั้นแนะนำ เลยละเพราะว่า ซื้อเครื่องอบตัวครั้งเดียวเราสามารถใช้งานได้ระยะยาว ใช้งานได้ตลอด เพราะฉะนั้นมันคุ้มค่าแล้วละ pacenta nesya.

pacenta nesya สำหรับระยะเวลาผลลัพธ์แน่นอนค่ะ ถ้าไม่เห็นผลลัพธ์จะทำไปทำไม จริงไหม? สำหรับระยะเวลานั้นก็ราวๆ 1 – 3 เดือนอีกเช่นเคยในช่วงแรกๆสภาพร่ากายนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนก่อน อาจจะยังไม่เห็นผลในช่วงแรกๆ แต่ต่อๆไปรับรองว่าเห็นผลลัพธ์แน่นอน ต้องให้ระยะเวลาและใช้ระยะเวลากับตัวเองสักนิดนึงพยายามทำให้ชินเป็นกิจวัตรประจำวันของตัวเอง ทำทุกวันๆ อบตัวในช่วงตอนบ่ายหรือว่า ตอนช่วง สัก 11โมงก็กำลังดีค่ะ ก่อนอาบน้ำ เพราะหลังจากอบเสร็จจะต้องอาบน้ำเพราะร่างกายนั้นจะร้อนมาก และการอบตัวนั้นช่วยเรื่องของธาตุทั้ง 5 ในร่างกายด้วยช่วยปรับสภาพเลือดลมและทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้นโลหิตของคุณนั้นไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้น สำหรับการอบตัวนั้นถ้ามือใหม่ แนะนำว่าให้อ่านคู่มือการใช้งานและคู่มือการประกอบเครื่องอบตัวด้วยนะคะ ประกอบให้ดีให้แน่นและมีความพร้อมใช้งานเพราะไม่อย่างนั้นมันอาจจะพังลงมาได้ถ้ามีการประกอบไม่ดีในช่วงอบตัว พาเซนต้า เนสญ่า

สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคในการดูแลผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสด้วยเทคนิค 5 ประการที่คุณนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ และแนะนำว่าควรจะทำอย่างสม่ำเสมอนะคะ ใบหน้านั้นถือว่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของผู้หญิงดังนั้นเราจำเป็นต้องมีใบหน้าสวยๆเอาไว้เพื่อเป็นราศีให้แก่ตัวเองนอกจากจะมีใบหน้าที่สวยแล้วหน้านั้นจะต้องขาวกระจ่างใสก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรพึงมีและรู้จักที่จะดูแลรักษาสภาพหน้าของตัวเองด้วย เทคนิคดูแลผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสง่ายๆที่เรานั้นจะมาแนะนำกันในวันนี้เป็นเทคนิคที่ง่ายมากและคุณนั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ใช้ระยะเวลาราวๆ 2 – 3 เดือนก็จะได้ผลลัพธ์อย่างชัดเจน และถาวร หลายๆคนนั้นเลือกที่จะพึ่งเมโสหน้าใส เมโสหน้าขาวกระจ่างใส หรือว่าเลี้ยงไข้ที่คลินิค เลือกเข้าคลินิคความงามต่างๆเพื่อเลี้ยงไข้ตัวเอง ถ้าไม่มีการฉีดหรือการขัดหน้าพอกหน้าด้วยสูตรต่างๆก็สามารถกลับมามีสภาพหน้าที่ดำอีกครั้งได้ วันนี้เราเลยขอแนะนำเทคนิคมีผิวหน้าขาวกระจ่างใสง่ายๆ แบบสูตรธรรมชาติทำได้ดังนี้ pacenta nesya

1.ครีมกันแดด

ครีมกันแดดนั้นถือว่าสำคัญเพราะเวลาจะออกจากบ้าน แดดนอกบ้านนั้นแรงมากทำให้เรานั้น หน้าดำได้ง่ายเพราะฉะนั้นควรจะ ลงกนแดดก่อนออกนอกบ้านที่มี SPF ป้องกันแดด

2.หาสูตรพอกหน้ามาลองพอกดูบ้าง

สูตรพอกหน้าตามอินเทอร์เน็ตนั้นมีเยอะแยะมากมายลองหามาพอกดูนะคะเลือกที่ตัวเองนั้นชอบและ ดูฟีดแบคที่คนอื่นนั้นทดลองว่าได้ผลจริงหรือไม่

3.พยายามเลี่ยงแสงแดด

การเลี่ยงแสงแดดนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นพยายามออกแดดให้น้อยที่สุด pacenta nesya เพราะแดดนั้นจะทำให้หน้าเราเกิด กะ ฝ้าแดดได้ง่าย หน้าไม่เรียบเนียน

4.เลือกรับประทานอาหารประเภท ผัก ผลไม้เพราะมีวิตามิน

อาหารนั้นสำคัญค่ะเพราะอาหารมีวิตามิน ยิ่งอยากมีผิวขาวหน้าขาวใสต้องทานผักและผลไม้เยอะๆ

5.นอนพักผ่อนให้เป็นเวลาและออกกำลังกาย

การพักผ่อนนั้นถือว่าเป็นการพักร่างกายและสมอง ดังนั้นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายทุกๆวันจะช่วยให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีขึ้นแถมยังมีผิวหน้าและผิวกายขาวใสด้วยนะ

เพียงแค่ 5 เทคนิคเล็กๆนี้คุณก็สามารถมีผิวขาวกระจ่างใสได้ไม่ยากแล้วเป็นเทคนิคที่ทำง่ายและก็ ช่วยทำให้หน้าเนียนใสขึ้นได้รวมถึงปรับผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสได้อย่างเห็นผลได้ชัด แต่ต้องใช้เวลาสัก 2 – 3เดือนนะคะ อยากจะมีผิวขาวหน้าขาวต้องใช้เวลา ดังนั้นทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันเป็นดีที่สุดค่ะ เวลาผ่านไปจะได้ผลลัพธ์เอง

เมื่อพูดว่า “ผิวขาว” เชื่อเลยค่ะว่าคุณผู้หญิงทั้งหลายนั้นคงต้องถึงกับชะงักงันในคำพูดนี้กันเลยทีเดียว และเมื่อเราพูดว่าเรามีวิธีทำให้ผิวขาวขึ้นได้ด้วยละคะ คุณผู้หญิงทั้งหลายกำลังจะนึกถึงอะไรกันบ้างเอ่ย… แน่นอนคะว่าผู้หญิงไทยอย่างเราหรือใครก็อยากมีผิวขาวด้วยกันทั้งนั้นและวันนี้เราก็มีหลากหลายวิธีในการทำผิวของคุณนั้นขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแบบไม่อันตรายมาฝากกันด้วยค่ะ

หากพูดถึงวิธีทำผิวขาวผู้หญิงหลายคนอาจหูผึ่งและยิ่งเมื่อได้รู้ว่ามีวิธีที่จะสามารถทำให้คล้ำ ๆ ของคุณทำให้กลาย เป็นผิวขาวใสขึ้นได้ คุณผู้หญิงหลายคนคงจะไม่ปฏิเสธถึงเคล็ดลับ 27 วิธีทำให้ผิวขาว ที่เรากำลังจะบอกคุณ ๆ ใช่ไหม pacenta nesya.

โบ บงกช โกลด์ พลัส ค่านิยมของคนในบ้านเราโดยเฉพาะหนุ่มๆ มักชื่นชอบผู้หญิงที่มีผิวขาว

โบ บงกช โกลด์ พลัส ค่านิยมของคนในบ้านเราโดยเฉพาะหนุ่มๆ มักชื่นชอบผู้หญิงที่มีผิวขาวสวยกระจ่างใส เปล่งประกาย จึงไม่แปลกที่สาวๆสมัยนี้จะยอมจ่ายให้กับครีมบำรุงผิวราคาแพง หรือบางคนถึงกับหันไปพึ่งการฉีดสีผิวให้ขาวเด้ง ออร่าจับแบบรวดเร็วทันใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าวิธีการดังกล่าวอาจทำให้ได้ผิวขาวแบบเว่อร์เกินจริง ดูไม่เป็นธรรมชาติ แล้วจะดีกว่าไหมหากเรามีวิธีทำให้ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติมานำเสนอ นั่นคือการใช้สูตรพอกผิวแบบโฮมเมดที่ไม่ต้องจ่ายแพง และที่สำคัญคือได้ผลลัพธ์ในแบบที่สาวๆทุกคนต้องพึงพอใจ สูตรพอกผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ 1.โยเกิร์ตผสมมะนาว นำน้ำมะนาวไปคั้นเอาน้ำผสมกับโยเกิร์ตธรรมชาติ แล้วทาผิวปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีจึงล้างออก กรดในน้ำมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ของผิวเก่าที่เสียให้หลุดออกไป เผยผิวใหม่ที่เป็นผิวขาวสดใสกว่าเดิม โดยส่วนผสมของโยเกิร์ตจะช่วยลดการระคายเคืองผิวจากกรดของมะนาว โบ บงกช โกลด์ พลัส.

โบ บงกช โกลด์ พลัส 2.มะละกอผสมนมสด นำเอาเนื้อมะละกอสุกและนมสดมาบดผสมให้เข้ากัน แล้วพอกบนผิวหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า สูตรนี้จะทำให้ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ ขาวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่นขึ้น ทำให้ผิวของแลดูอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลอยู่เสมอ
3.นมสดผสมผงชาเขียว นำนมสดสัก 3 ช้อนโต๊ะผสมกับผงชาเขียวป่นที่หาซื้อได้ตามร้านทำขนมอบ โดยใช้ผงชาเขียวเพียงแค่ 1 ช้อนชาเท่านั้น เมื่อผสมกันดีแล้วก็ให้ใช้สำลีก้อนชุบส่วนผสมทั้งสอง นำมาถูให้ทั่วใบหน้ายกเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้จะเป็นการกำจัดสิ่งสกปรกบนผิวได้อย่างหมดจด นอกจากผิวจะสะอาดแล้วยังให้ความนุ่มนวลและชุ่มชื้น bo bongkosh gold plus
4.มะเขือเทศ สำหรับสูตรพอกผิวด้วยมะเขือเทศนั้นมีมากมายให้เลือกสรร เราขอนำสูตรที่ได้รับการการันตีจากผู้ใช้ว่าเห็นผลจริงมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองพิสูจน์ โดยสิ่งที่ต้องเตรียมมีแค่มะเขือเทศสัก 2-3 ลูก และเครื่องปั่นผลไม้เท่านั้น เริ่มจากล้างมะเขือเทศให้สะอาดก่อนนำมาปั่นให้ละเอียด หากไม่มีเครื่องปั่นใช้วิธีคั้นสดๆแทนก็ได้ หลังจากนั้นนำมาพอกผิวทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นก่อน และล้างด้วยน้ำเย็นอีกรอบเพื่อช่วยกระชับรูขุมขน สูตรนี้ให้ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ผิวจะเนียนนุ่ม ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ ขาวขึ้นแบบตัวเองยังต้องอึ้ง โบ บงกช โกลด์ พลัส
5.มะเขือเทศผสมข้าวโอ๊ต โดยให้นำมะเขือเทศไปปั่นหรือบดให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำ ผสมกับข้าวโอ๊ต แล้วคนให้เข้ากัน ก่อนใช้ต้องล้างตัวให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง พอกทิ้งไว้นานๆแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้เหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะผิวแห้งหรือมัน ช่วยยกกระชับผิวให้ชุ่มชื่น ได้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
6.น้ำมันมะพร้าว สูตรนี้ใช้ได้ง่ายๆ ไม่ต้องมีพิธีลีตองใดๆ ให้เรานำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิวได้เลย ซึ่งเป็นสูตรโบราณที่ใช้ได้ผลมาก โดยน้ำมันมะพร้าวจะช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวมียืดหยุ่น ป้องกันการเสื่อมของสภาพผิวโดยเฉพาะปัญหาเรื่องริ้วรอย
เห็นหรือยังว่าการได้ผิวขาวกระจ่างใส มีออร่า ไม่จำเป็นต้องจ่ายในราคาแพงเสมอไป การใช้สูตรพอกผิวแบบธรรมชาตินี้เป็นสูตรโฮมเมดแสนง่าย ใครๆก็ทำได้ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงใดๆ เนื่องจากไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายร่างกาย หวังว่าท่านผู้อ่านได้นำไปใช้กันเพื่อผิวกระจ่างใส ธรรมชาติ เป๊ะเว่อร์กันถ้วนหน้า

อยากมีผิวพรรณขาวสวยเนียนใส หลายคนพยายามหาสารพัดวิธี โดยเฉพาะสาวที่มีผิวหมองคล้ำ ในวันนี้เราเลยหยิบสูตรขัดผิว พอกผิวมาฝาก สูตรเหล่านี้เพียงหยิบวัตถุดิบรอบตัวมาทำก็จะได้สูตรปรนนิบัติผิวให้สวยสดใสได้ตามต้องการแล้ว มาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีสูตรใดบ้าง

สูตรโยเกิร์ตและน้ำมะนาว

วิธีทำ ให้นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาผสมให้เข้ากันกับน้ำมะนาว จากนั้นคนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วนำมาพอกผิวแล้วปล่อยไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด โบ บงกช โกลด์ พลัส แนะนำให้พอกผิวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งเป็นประจำ โยเกิร์ตจะทำหน้าที่บำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น ส่วนน้ำมะนาวจะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ผิวหมองคล้ำก็จะค่อยๆ จางลง ทำให้ผิวสาวค่อยๆ ขาวเร็วขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

สูตรน้ำตาลทรายแดง

วิธีทำ สำหรับสูตรนี้เป็นสูตรที่เน้นในเรื่องของการสครับผิวโดยเฉพาะ ซึ่งวิธีทำง่ายมาก เพียงนำน้ำตาลทรายแดงมาผสมให้เข้ากันกับน้ำมะนาวและนมสดเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำมาขัดผิวเป็นวงกลมอย่างเบามือ เน้นจุดที่หยาบกร้านเป็นพิเศษ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาด แนะนำให้ขัดผิวด้วยสูตรน้ำตาลทรายแดงเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับรองผิวพรรณจะค่อยๆ ขาวกระจ่างใสขึ้น เพราะน้ำตาลทรายแดงซึ่งถือเป็นเม็ดสครับจะทำหน้าที่กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก วิตามินซีจากน้ำมะนาวก็จะทำให้ผิวขาวใส นมสดก็จะบำรุงผิว โดยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นได้นั่นเอง

สูตรเบกกิ้งโซดา

วิธีทำ สูตรนี้เป็นสูตรขัดผิวจากเบกกิ้งโซดาและส่วนผสมอื่นๆ อันได้แก่ มะขามเปียก นมสดและเกลือ โดยนำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกัน คนจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาขัดลงบนผิวพรรณจนทั่ว เน้นจุดที่หยาบกร้านและดำคล้ำ เมื่อขัดวนไปมาเสร็จแล้วก็พอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาด แนะนำให้ขัดผิวด้วยสูตรนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็จะทำให้ผิวพรรณสาวๆ เนียนนุ่มและขาวกระจ่างใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะเป็นการนำสูตรมะขามเปียกขัดผิวมาใช้ร่วมด้วย เนื่องจากมะขามเปียกเป็นสูตรที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาขัดผิว และยิ่งผสมผสานกับส่วนผสมอื่นๆ ก็จะยิ่งปรนนิบัติผิวให้สวยผุดผ่องและขาวใสได้อย่างใจ สาวคนไหนผิวหมองคล้ำ ขัดผิวขาวด้วยสูตรนี้เป็นประจำ รับรองไม่มีผิดหวังเลยค่ะ

นอกจากสูตรเหล่านี้แล้ว สาวๆ คนไหนอยากขัดผิวในแบบง่ายๆ จะหันมาใช้สูตรมะขามเปียกขัดผิวแบบเพียวๆ เลยก็ได้นะคะ เพียงนำมะขามมาผสมน้ำเปล่าแล้วขัดผิวจนทั่วเป็นประจำ สูตรพื้นบ้านง่ายๆ แค่นี้ก็ทำให้ผิวสาวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติได้แล้ว โบ บงกช โกลด์ พลัส.

neocell super collagen คอลลาเจนคืออะไร คอลลาเจน คือ โปรตีนเมตริกซ์นอกเซลล์

neocell super collagen คอลลาเจนคืออะไร คอลลาเจน คือ โปรตีนเมตริกซ์นอกเซลล์ที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ ทำหน้าที่คล้าย ๆ กาวที่คอยยึดเกาะเซลล์ผิวหนัง เอ็น และกล้ามเนื้อให้แน่นสนิทเต่งตึง และกว่า 80% ของเซลล์ผิวหนังในร่างกายก็มีเจ้าคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบ เพราะฉะนั้นหากขาดคอลลาเจนไปก็แน่นอนว่าผิวพรรณจะหย่อนยานเหี่ย­­วย่น ดังเช่นคนแก่ที่คอลลาเจนค่อย ๆ ลดลงไปตามวันและเวลา ประโยชน์ของคอลลาเจน ประโยชน์ของคอลลาเจนหลัก ๆ แล้วคอลลาเจนเป็นโปรตีนใต้ผิวหนังที่คอยยึดเซลล์ผิวให้เต่งตึง แต่อย่างที่บอกว่ากาลเวลาสามารถพรากคอลลาเจนไปจากผิวของเราได้ ดังนั้นประโยชน์ของคอลลาเจนที่เด่นมาก ๆ คือ ช่วยเติมเต็มผิวคล้อยหย่อนยานให้กลับมาเรียบตึง อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวที่ถูกความร้อนหรือรังสียูวีเผาไหม้จ­­นกลายเป็นผิวเสียนอกจากนี้ ดร.เรย์ ซาเฮเลียน ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและผลิตภัณฑ์คอลลาเจน ยังอวดสรรพคุณของคอลลาเจนในด้านช่วยรักษาโรคข้อและกระดูกเสื่อม­­ และโรคไขข้ออักเสบอีกด้วยนะคะ neocell super collagen.

neocell super collagen รู้จักคอลลาเจนและประโยชน์ของคอลลาเจนไปคร่าว ๆ แล้ว นับจากบรรทัดนี้ไปเตรียมสายตาให้ดี ๆ ค่ะ นี่แหละอาหารที่เขาว่ากันว่ามีคอลลาเจนบำรุงความเต่งตึงล่ะ ลุยเลย ! นีโอเซลล์ คอลลาเจน

ถั่วเหลือง

1. ถั่วเหลือง

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองทุกชนิด รวมไปถึงชีสทุกประเภทมีเจนิสติน (genistein) สารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ไอโซฟลาโวน มีส่วนช่วยเร่งการผลิตคอลลาเจน ยกกระชับผิวพรรณให้เต่งตึง แถมช่วยบล็อกเอนไซม์ตัวร้ายที่จะทำร้ายผิวให้หย่อนคล้อยมีรอยตี­­นกา

2. ผักใบเขียว neocell super collagen

ผักใบเขียวทุกชนิด ยิ่งเขียวเข้มยิ่งดีอย่างพวกคะน้า ผักกาดหอม ผักสลัด ผักโขม กะหล่ำปลี ผักเคล และหน่อไม้ฝรั่ง ผักสีเขียวทั้งหมดนี้ขึ้นชื่อว่ากระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้อย่า­­งมีประสิทธิภาพ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า ลูติน (lutein)

โดยงานวิจัยเรื่องผิวพรรณจากฝรั่งเศสก็แนะนำว่า วัน ๆ หนึ่งควรให้ร่างกายได้รับลูตินประมาณ 10 กรัม (เท่ากับทานผักโขม 1.1 กิโลกรัม หรือผักเคล 0.5 กิโลกรัม) ซึ่งก็จะเพียงพอต่อการบำรุงผิวพรรณให้เรียบเนียนไร้ริ้วรอยแห่ง­­วัย

3. ถั่ว

เพียงแค่กินถั่ว เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา วันละ 2 ช้อนโต๊ะเป็นประจำ ร่างกายก็จะได้รับกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) ซึ่งเป็นอาวุธชั้นดีของกระบวนการชะลอริ้วรอยแห่งวัย แถมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนมาบำรุงดูแลผิวมากขึ้น

ผักผลไม้สีแดง
4. ผัก-ผลไม้สีแดง

ผักและผลไม้สีแดงมีไลโคปีนสูง สรรพคุณเด่น ๆ ของเขาคือช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีสุด ๆ อีกทั้งไลโคปีนยังทำหน้าที่คล้ายสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอยแห่งวัยและเติมเต็มความแข็งแรงของเซลล์ผิว โดยผักและผลไม้สีแดงก็ได้แก่ มะเขือเทศ พริกหยวกแดง บีท แครอท สวีทโปเตโต้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ดร.โรนัลโด วัตต์สัน ผู้ทำการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ยังเผยว่าสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในผักและผลไม้สีแดงและเหลืองทุกชนิด มีความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ดีพอสมควร นับเป็นสรรพคุณช่วยชะลอความชราของผิวทางอ้อมอย่างหนึ่งเหมือนกั­­นนะคะ

5. วิตามินซี

ไม่ว่าจะเป็นส้ม มะนาว ฝรั่ง หรือสตรอว์เบอร์รีก็ล้วนอุดมไปด้วยวิตามินซี คุณประโยชน์ดี ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน อีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงของเซลล์ผิวได้อีกด้วย
ลูกพรุน

6. ลูกพรุน

ตัวการสุดจี๊ดที่คอยจ้องทำลายความเต่งตึงของผิวเรามีชื่อว่า อนุมูลอิสระ ซึ่งสิ่งที่จะต่อกรกับอนุมูลอิสระได้ก็คือสารต้านอนุมูลอิสระนั­­่นเอง โดยลูกพรุนก็นับเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิระสูงมาก รองลงมาก็บลูเบอร์รี ฉะนั้นกินทั้งสองอย่างนี้อย่างน้อย 5-6 ลูกทุกวัน รับรองผิวพรรณใสเด้ง

7. กรดไขมันโอเมก้า

ต้องยกให้โอเมก้าเป็นแหล่งสร้างคอลลาเจนจากธรรมชาติตัวเด็ดอีกต­­ัวหนึ่ง ซึ่งช่วยเติมเต็มร่องลึกของเซลล์ผิวที่ถูกปัจจัยอื่น ๆ ทำลาย โดยเราจะรับกรดไขมันโอเมก้าได้จากเมล็ดแฟลกซ์ซีด แซลมอน ปลาทูน่า อะโวคาโด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และอัลมอนด์ เป็นต้น
8. แตงกวา มะกอกเขียว และมะกอกดำ

ผักและผลไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้อุดมไปด้วยซัลเฟอร์ ส่วนสำคัญในการเสริมสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอสูง รักษาระดับคอลลาเจนในผิวให้สูงขึ้นอีกทาง โดยหากกินแครอท และแคนตาลูปเพิ่มด้วยก็จะช่วยให้ร่างกายเสริมสร้างคอลลาเจนได้อ­­ย่างเต็มที่

ดาร์กช็อกโกแลต

9. ดาร์กช็อกโกแลต

ผลงานวิจัยจากเยอรมนียืนยันแล้วว่า ดาร์กช็อกโกแลตไม่มีทางส่งผลร้ายต่อผิว ทั้งยังช่วยบำรุงดูแลผิวได้อย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นอยู่ในดาร์กช็อกโกแลตซึ่งเพียงพอต่อการเสริมสร้างคอลลาเจน และชะลอริ้วรอยแห่งวัยได้ชะงัด

ชาขาว

10. ชาขาว

จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยคิงส์ตัน พบว่า ชาขาวไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ หากยังเป็นแหล่งของโปรตีนชนิดเดียวกับโปรตีนที่ค้นพบในเซลล์ผิว­­ โดยเฉพาะคอลลาเจน ซึ่งก็ทำหน้าที่ต้านเอนไซม์ที่คอยทำลายผิวพรรณให้หย่อนคล้อยได้­­นั่นเอง

กระเทียม
11. กระเทียม

กระเทียมก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่อุดมไปด้วยซัลเฟอร์ อีกทั้งยังมีกรดไลโปอิก (lipoic acid) และกรดอะมิโนทอรีน (Taurine) ตัวช่วยเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจนที่ถูกทำลาย

หอยนางรม
12. หอยนางรม

อาหารที่กินเป็นกับแกล้มก็อร่อย หรือจะกินเล่นเปล่า ๆ ก็ดีอย่างหอยนางรมไม่ได้เป็นแค่ยาโด๊ปเท่านั้นหรอกนะ ทว่าหอยนางรมยังอุดมไปด้วยธาตุสังกะสี และกรดอะมิโนที่สำคัญต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจน พ่วงด้วยธาตุเหล็กและวิตามิน B2 ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย
13. ไข่ขาว

ไข่ขาวเป็นแหล่งกรดอะมิโนโปรลีน neocell super collagen ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นใยคอลลาเจน ดังนั้นการที่เราเสริมโปรตีนตัวนี้เข้าไปก็เท่ากับเสริมความแข็­­งแรงของแขน-ขาคอลลาเจนให้แข็งแกร่ง ยากที่จะมีอะไรมาทำลายได้นั่นเอง
14. เมล็ดข้าวสาลี

เมล็ดข้าวสาลีก็มีกรดอะมิโนโปรลีนสูงเช่นกัน ยืนยันด้วยผลการศึกษาจาก Nutritional Sciences มาแล้วด้วยนะคะว่าแค่กินเมล็ดข้าวสาลีเป็นประจำก็จะช่วยยืดอายุ­­คอลลาเจนในร่างกายให้ยาวนานกว่าเดิมได้

สาหร่ายทะเลทุกชนิด

15. สาหร่ายทะเลทุกชนิด

ส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเส้นใยคอลลาเจนอย่างไฮยาลูโรนิกเป็นเ­­หตุผลสำคัญที่ทำให้สาหร่ายทะเลทุกชนิดขึ้นชื่อว่าเป็นพืชที่มี­ค­อลลาเจนผสมอยู่ ดังนั้นอยากมีผิวผุดผ่องเต่งตึงต้องอย่าพลาดสาหร่ายทะเลเชียวล่­­ะ

16. เห็ดทุกชนิด

ในเห็ดแทบทุกชนิดอุดมไปด้วยโปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระจึงสามารถช่วยในกระบวนการเสริมสร้างคอลลา­­เจนให้ผิวได้ง่าย ๆ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระยังช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยได้อีกต­­่างหาก

มะพร้าว

17. มะพร้าว

ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ที่จะทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ น้ำมะพร้าวยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย คล้ายกับการทำดีท็อกซ์ จึงช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส
18. กระดูกอ่อน

ทั้งกระดูกอ่อนหมูและกระดูกอ่อนของไก่ล้วนแล้วแต่มีคอลลาเจนปะป­­นอยู่กับโปรตีนด้วยกันทั้งนั้น โดยเราจะสามารถสังเกตเห็นคอลลาเจนเป็นตัวเป็นตนได้จากน้ำต้มกระ­­ดูกอ่อนที่ทิ้งไว้ให้เย็น และส่วนที่เป็นวุ้นลอยอยู่เหนือน้ำต้มกระดูกก็คือคอลลาเจนนั่นเองค่ะ

ทั้งนี้เราควรกินวิตามิน C ไปพร้อม ๆ กับอาหารที่มีคอลลาเจนด้วยทุกครั้ง เพราะวิตามินซีจะช่วยให้การดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายเป็นไป­­อย่างง่ายดายและเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ neocell super collagen.

me love mix พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ

me love mix พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ สูตรที่ 8 ดีท็อกซ์สารพิษ เพื่อผิวสะอาดหมดจด ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : มะเขือเทศ 1 ลูก + เนื้ออะโวคาโด 1/4 ผล วิธีพอกหน้าด้วยมะเขือเทศสูตรที่ 8 นำมะเขือเทศและเนื้ออะโวคาโดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วปั่นรวมกันจนละเอียด เมื่อได้ส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้ว ให้นำมาทาลงบนผิวหน้าจนทั่ว พร้อมกับใช้ปลายนิ้วนวดวนบนผิวเป็นวงกลมอย่างเบามือ สูตรนี้เป็นสูตรล้างหน้าซึ่งเราจะใช้แทนโฟมล้างหน้าในขณะล้างหน้านั่นเองค่ะ สาวๆ นวดวนไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดการดีท็อกซ์สารพิษออกจากผิว เมื่อนวดเสร็จแล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรที่ 8 ดีท็อกซ์สารพิษ เพื่อผิวสะอาดหมดจด me love mix.

me love mix สำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากกำจัดสารพิษที่ตกค้างออกจากผิว ไม่ว่าจะสารเคมีจากในเครื่องสำอาง จากพิษจากมลภาวะต่างๆ รอบตัว มีเลิฟ มิกซ์

โยเกิร์ต นอกจากเป็นแหล่งของโปรตีน และเชื้อจุลินทรีย์ชนิดที่ดีต่อลำไส้แล้ว รู้มั้ยคะว่าในโยเกิร์ตยังมีคุณสมบัติที่ดีต่อการบำรุงผิวหน้าอย่างมากมาย วันนี้เราเลยไม่พลาดกับการหยิบเอา 9 สูตรพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตมาฝาก สาวๆ คนไหนอยากมีผิวหน้าสวยใสอย่างครบวงจรในราคาไม่แพง ลองมาทำตามสูตรเหล่านี้กันสิคะ me love mix.

พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

มาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 1 เพื่อผิวหน้าขาวเนียนใส

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย

วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 1
นำโยเกิร์ตมาทาลงบนผิวหน้าบางๆ จนทั่ว จากนั้นปล่อยไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด โดยทำก่อนเข้านอนเป็นประจำ หรือหากสาวๆ คนไหนนอนดึก ตื่นเช้ามารู้สึกว่าใบหน้าโทรมๆ หมองคล้ำ ผิวแลดูไม่เปล่งปลั่งสดใส ก็สามารถพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตทุกเช้าได้เช่นกันค่ะ รับรองค่ะว่าผิวหน้าจะขาวเนียนใสขึ้น แถมยังนุ่มเด้งน่าสัมผัสอีกด้วย หมั่นพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน บอกเลยไม่ทำให้ผิวหน้าแพ้หรือระคายเคืองอย่างแน่นอน เพราะโยเกิร์ตมีความอ่อนโยนต่อผิว ไม่มีกรดใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อผิว ใครอยากมีผิวหน้าขาวเนียนกระจ่างใสเปล่งปลั่งและนุ่มชุ่มชื้นทุกๆ วัน อย่าลืมพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตกันเป็นประจำนะคะ

สูตรพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

พอกหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 2 รักษาสิว ลดเลือนริ้วรอย

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย + นํ้ามะนาว 1 ช้อนชา

วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 2
เติมน้ำมะนาวลงไปผสมกับโยเกิร์ต คนจนเข้ากัน แล้วนำมาพอกลงบนผิวหน้าจนทั่ว โดยพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาสิวและริ้วรอยบนใบหน้า เนื่องจากโยเกิร์ตและน้ำมะนาวมีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และยังช่วยฆ่าเชื้อโรค รวมถึงแบคทีเรียบนผิว อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ด้วย ในขณะที่กรดจากน้ำมะนาวจะทำหน้าที่รักษาสิวให้ยุบลงโดยเร็ว ใครที่มีปัญหาผิวหน้าดังกล่าว พอกหน้าด้วยสูตรโยเกิร์ตกับน้ำมะนาวเป็นประจำสิคะ รับรองหน้าใสไร้สิว และยังช่วยให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ ไม่แก่ก่อนวัยอีกด้วย

สูตรพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

โยเกิร์ตพอกหน้าสูตรที่ 3 รักษาสิวผด ลดผดผื่นคัน

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย + นํ้ามันคาโมมายด์ 1 ช้อนชา

วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 3
นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สำหรับสูตรพอกหน้านี้ คุณสมบัติจากคาโมมายด์จะช่วยลดปัญหาผดผื่นคันได้เป็นอย่างดี ยิ่งหากนำมาผสมผสานกับโยเกิร์ตด้วยแล้วก็จะยิ่งเป็นการผสานคุณค่าที่ดีต่อผิวมากขึ้นถึงสองเท่า โดยจะช่วยลดปัญหาสิวผด และลดเลือนจุดด่างดำที่เกิดจากรอยสิว เพราะฉะนั้น สาวๆ คนไหนที่เผชิญกับปัญหาผิวเหล่านี้กันอยู่ แนะนำให้รีบพอกหน้าด้วยสูตรโยเกิร์ตกับคาโมมายด์เป็นประจำทุกวัน จนสภาพผิวมีอาการดีขึ้นกันได้เลยค่ะ แนะนำว่าให้พอกก่อนนอนจะเป็นการดีที่สุด

โยเกิร์ตพอกหน้า

สูตรที่ 4 บำรุงผิวหน้าให้ขาวใส ลดเลือนรอยไหม้จากแดด

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา + ผงขมิ้น 1/2 ช้อนชา

วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 4
นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกลงบนผิวหน้าจนทั่ว ปล่อยไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตนี้ เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ออกแดดบ่อยจนมีผิวหน้าคล้ำเสียจากแดด หรือมีรอยไหม้แดงจากแดดนั่นเอง หากคุณมีปัญหาดังกล่าวจนสภาพผิวหน้าคล้ำเสียไม่สวยสดใส แนะนำให้พอกหน้าด้วยสูตรนี้เลยค่ะ เพราะโยเกิร์ต น้ำผึ้งและขมิ้น ต่างมีคุณสมบัติในการบำรุงผิวด้วยกันทั้งสิ้น ในขณะที่ขมิ้นยังช่วยทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส หน้าแลดูผุดผ่องแบบมีออร่าเยอะขึ้นมากทีเดียว เพราะฉะนั้น ต่อไปสาวๆ จะออกแดดไปเที่ยวทะเลหรือที่ไหนไกลๆ ก็ไม่ต้องกังวลว่าผิวหน้าจะคล้ำเสียจากแดดกันอีกต่อไปแล้วล่ะ แต่เพื่อให้ผิวหน้าขาวใสอย่างได้ผลยิ่งขึ้นเมื่อออกแดด สาวๆ อย่าลืมหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำด้วยนะคะ รับรองจะช่วยปกป้องและถนอมผิวจากรังสียูวีได้อย่างอยู่หมัดมากขึ้นเลยล่ะ แค่นี้ผิวหน้าก็จะคงความขาวกระจ่างใสไร้รอยไหม้จากแดดได้มากขึ้นแล้ว

โยเกิร์ตพอกหน้า

พอกหน้าโยเกิร์ตสูตรที่ 5 ต่อต้านริ้วรอยของสาววัยเลข 2

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย + น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 5
ผสมน้ำมันมะกอกลงในโยเกิร์ต คนจนเข้ากัน แล้วนำมาพอกผิวหน้าจนทั่ว ปล่อยไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรพอกหน้าโยเกิร์ตและน้ำมันมะกอกนี้เป็นการผสานคุณค่ากันเพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าอย่างล้ำลึก เหมาะสำหรับสาวผิวแห้งเป็นพิเศษ และสาวๆ คนไหนที่มีปัญหาริ้วรอย ไม่ว่าจะผิวหย่อนคล้อย me love mix รอยตีนกา หรือแม้แต่สาววัยเลข 2 ที่เริ่มมีความกังวลกับริ้วรอย และต้องเตรียมมือรับกับปัญหาผิวดังกล่าวไม่ให้มาเยือนก่อนวัย แนะนำเลยค่ะว่าเพียงคุณหมั่นพอกหน้าด้วยสูตรจากธรรมชาตินี้เป็นประจำ รับรองผิวหน้าเนียนนุ่มชุ่มชื้น ผิวอ่อนเยาว์ กระชับเต่งตึงและปราศจากริ้วรอยก่อนวัยอันควรแน่นอน

พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

โยเกิร์ตพอกหน้าสูตรที่ 6 เติมความชุ่มชื้นผิว ต่อต้านการเกิดริ้วรอยโดยเฉพาะ

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย + เนื้ออะโวคาโดบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ + กล้วยหอมบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 6
นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สำหรับสูตรพอกหน้านี้ เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีความกังวลเรื่องริ้วรอยบนใบหน้าเป็นอย่างมาก ใครที่กลัวแก่เร็ว อาจจะเพราะปัญหาผิวที่แห้งกร้านง่ายอยู่แล้วจึงยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ง่ายสองเท่า แต่หากคุณหมั่นพอกหน้าด้วยสูตรนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับรองเลยค่ะว่าการผสานคุณค่ากันระหว่างโยเกิร์ต อะโวคาโดที่มีไขมันดีต่อผิวและกล้วยหอม ทั้งหมดนี้จะยิ่งช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างล้ำลึก ทำให้ผิวหน้าอิ่มเอิบ กระชับ เต่งตึง นุ่มชุ่มชื้น และมีน้ำมีนวลอ่อนเยาว์ขึ้นจนคุณสังเกตได้เลยทีเดียว

มาร์คหน้าโยเกิร์ต

สูตรที่ 7 ผิวหน้าเนียนนุ่ม กระชับ อ่อนเยาว์

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย + กล้วยหอมบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 7
นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาพอกลงบนผิวหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 25-30 นาที ก่อนจะล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นและล้างตบท้ายด้วยน้ำเย็นเพื่อความกระชับเต่งตึงของรูขุมขนอีกครั้ง สูตรพอกหน้านี้จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น ผิวจะยิ่งมีความกระชับเต่งตึง หมดปัญหาผิวหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควรได้เลย นอกจากนี้ สาวคนไหนผิวแห้ง พอกหน้าด้วยสูตรนี้แล้ว คุณจะยิ่งหลงรักผิวสุดๆ เลยล่ะ

พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

มาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 8 ผิวหน้าขาวกระจ่างใส

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย + เนื้อแตงกวาบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรที่ 8
นำเนื้อแตงกวาบดละเอียดมาผสมลงในโยเกิร์ต คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วนำมาพอกหน้าปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด การพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตที่ว่าดีต่อผิวแล้ว สูตรนี้ยิ่งเราเติมแตงกวาลงไปด้วย แตงกวาซึ่งเป็นแหล่งของมอยส์เจอไรเซอร์ชั้นเยี่ยมจากธรรมชาติ มันจะช่วยเติมน้ำให้ผิวหน้า ช่วยผลัดความหมองคล้ำจากออกผิว กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่า และทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ me love mix.

v col สุดยอด 20 อาหารล้างพิษ คนโบราณและนักโภชนาการมักกล่าวว่า

v col สุดยอด 20 อาหารล้างพิษ คนโบราณและนักโภชนาการมักกล่าวว่า ”อาหาร” เป็นยาที่วิเศษที่สุด เพราะเป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ใช่ว่าต้องเป็นอาหารที่มีราคาแพงอย่างเป๋าฮื้อ หูฉลาม รังนก หรือของหายากอย่างดีหมีเท่านั้น ถึงจะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายได้ เพราะจากการศึกษาแล้วพบว่าอาหารที่เราหาได้ตามท้องตลาดในชีวิตประจำวันก็มี ประโยชน์ในตัวไม่ใช่น้อย ที่สำคัญอาหารเหล่านี้ยังช่วยล้างพิษให้แก่อวัยวะต่างๆในร่างกาย เช่น ตับ ลำไส้ ไต ผิวหนัง ช่วยป้องกันการจับตัวของสารพิษ รวมถึงช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งสารพิษต่างๆที่สะสมอยู่ในร่างกายอาจมาจากควันพิษในอากาศ สารเจือปนในอาหาร เช่น สีผสมอาหาร สารกันเสีย ยาฆ่าแมลง ปรุงรส เป็นต้น คราวนี้ลองมาดูกันว่าอาหารชนิดใดสามารถช่วยล้างพิษให้คุณได้บ้าง v col.

v col เริ่มจาก ลำดับที่ 20 สาหร่าย พืชสีเขียวในทะเลที่หลายคนมองข้ามคุณประโยชน์ แต่จากการศึกษาของ Mcgill University ที่ Montreal แสดงผลว่าสาหร่ายสามารถจับของเสียจากรังสีที่สะสมในร่างกาย วีคอล

ในปัจจุบันเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงรังสีต่างๆจากคลื่นวิทยุ คลื่นโทรศัพท์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นไมโครเวฟทั้ง หลายได้ ซึ่งพลังงานความร้อนเหล่านี้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ก่อให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งสาหร่ายจะช่วยดูดซึมคลื่นรังสีเหล่านั้น และสามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก v col

19. หัวหอม ประกอบ ไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LD ซึ่งไม่ดีเพราะเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น ช่วยรักษาโรคหอบ โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรคเบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่

18. มะนาว เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยล้างพิษ และทำให้เลือดสะอาดขึ้น แต่ถ้านำน้ำมะนาวสดผสมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ก็จะเป็นอาหารที่ช่วยล้างพิษในลำไส้และป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย

17. เมล็ดแฟลกซ์ ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็นอย่างโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีสารอื่นที่ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันร่างการแข็งแรงขึ้น

16. กระเจี๊ยบ น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดิน ปัสสาวะ ซึ่งมักก่อให้เกิดการติดเชื้อ ทำให้มีอาการปัสสาวะไม่ออกหรือมีเลือดปน หรือมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งสารในกระเจี๊ยบสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสเหล่านั้นได้

15. ทับทิม ตำราแพทย์แผนโบราณของชาวเอเชียกล่าวไว้ว่า การดื่มน้ำทับทิมสามารถรักษาอาการอักเสบและลดความปวดได้ เนื่องจากในผลทับทิมมีสารแอสไพรินซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับแอสไพรินในยา แก้ปวด ช่วยล้างพิษ ลดการติดเชื้อของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย และลดอาการอักเสบ

โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไขข้ออักเสบ ปวดบวม ช้ำ แนะนำให้กินทับทิม เพราะช่วยลดอาการปวดลงได้ ขณะเดียวกันยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น

14. พืชตระกูลถั่ว (เช่น ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่วขาว) จากการศึกษาพบว่าผู้ที่กินถั่วเป็นประจำมีระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่าผู้ที่ ไม่ได้กิน และลดอัตราความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจด้วย พืชตระกูลถั่วนี้ประกอบด้วยไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้ ลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ อีกทั้งช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย

13. ขึ้นฉ่าย ถือว่าเป็นสุดยอดอาหารในการทำความสะอาดเลือดและช่วยลดความดันโลหิต สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรกินขึ้นฉ่ายเป็นประจำ หรือถ้าจะให้ดีควรดื่มน้ำคั้นจากขึ้นฉ่ายสดในตอนเช้า เพื่อช่วยควบคุมระดับแรงดันเลือดให้คงที่ ในขึ้นฉ่ายยังประกอบไปด้วยสารต้านการเกิดมะเร็ง และสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในคนที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควัน บุหรี่ด้วย

12. แครอท เต็มไปด้วยสารอัลฟาและเบตาแคโรทีน ( Alpha and Beta-carotene ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิตามินเอ และถือว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษใน สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยระบบทางเดินประสาท สายตา ผิวหนัง ที่ต้องสัมผัสแสงแดดเป็นประจำ และจากการวิจัยพบว่าสารในแครอทช่วยลดการเกิดมะเร็ง และช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจและหัวใจแข็งแรงขึ้น

11. มะเขือพวง คนไทยนิยมใส่มะเขือพวงในอาหารประเภทผัดเผ็ด แกงป่า แกงกะทิ และน้ำพริก สมัยก่อนแกงกะทิ เช่น แกงไก่ใส่มะเขือพวงมาก ใส่ไก่น้อยเน้นการกินมะเขือเป็นหลัก แต่ปัจจุบันกลับตรงกันข้าม แกงไก่มักใส่ไก่มากกว่ามะเขือ และคนก็เลือกกินแต่ไก่ จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนในปัจจุบันมีรูปร่างอ้วนกว่าคนสมัยก่อน

มะเขือพวงเป็นผักที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งสามารถช่วยดูดซึมไขมันในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยจับไขมันอิ่มตัว (ไขมันอันตราย) และขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย ทั้งยังมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของเสีย

10. ส้มโอ หรือ เกรปฟรุต เพราะเป็นผลไม้รสชาติดีจึงได้รับความนิยมในอาหารมื้อเช้าของชาวตะวันตก สารเพกตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ประเภทหนึ่งในเกรปฟรุต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ก่อนที่จะจับตัวเป็นก้อนและขวางทางเดินในหลอดเลือด นอกจากนี้เพกตินยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้โลหะหนักเหล่านี้ทำอันตรายต่อ ร่างกาย ส่วนเกรปฟรุตช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งกระเพราะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตช่วยปกป้องสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

9. กระเทียม จากหลายการศึกษาให้ผลตรงกันถึงคุณสมบัติของกระเทียมในการทำความสะอาดร่างกาย นั่นคือ การกินกระเทียมเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร และฆ่าเชื้อไวรัส โดยเฉพาะทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้ยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่องการกินกระเทียมมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียมไปด้วย

8. บลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีค่าแอนติออกซิแดนต์สูงมากชนิดหนึ่งและถือเป็นหนึ่งในสุดยอด อาหารรักษาโรค เนื่องจากในบลูเบอร์รี่มีสารแอสไพรินตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดการระคายเคือง สารที่มีในบลูเบอร์รี่สามารถเข้าไปขัดขวางแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

7. กะหล่ำ เต็มไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูลอิสระ ( Antioxidant ) และช่วยตับขับฮอร์โมนที่มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นฮอร์โมนความเครียดที่มีผลเสียต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพราะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ พืชตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี และกะหล่ำปม ผักเหล่านี้ช่วยทำความสะอาดร่างกายและช่วยกำจัดของเสียจากสิ่งแวดล้อม เช่น ของเสียจากควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย และช่วยให้ตับผลิตเอนไซม์ออกมาให้เพียงพอในการกำจัดของเสีย

6. บีตรูต ผักสีแดงที่นิยมใส่ในสลัดนี้นับเป็นผักมหัศจรรย์ซึ่งเประกอบไปด้วยไฟโตเคมี คอล ( Phytochemical ) วิตามินและเกลือแร่หลายชนิด ซึ่งทำให้บีตรูตมีคุณสมบัติต่อต้านชื้อโรค ทำความสะอาดเลือด ตับ และระบบน้ำเหลือง อีกทั้งมีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงช่วยกำจัดของเสียได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจากกการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าบีตรูตช่วยปรับระดับกรด-ด่างในเลือด ให้สมดุลด้วย

5. อะโวคาโด อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ปัจจุบันเราก็สามารถหาซื้ออะโวคาโดได้จากตลาดทั่วไป ในอะโวคาโดมีสารกลูตาไทโอน(Glutathione ) ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด v col และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนัก ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ( University of Michigan ) พบว่าผู้สูงอายุซึ่งกินอาหารที่มีสารกลูตาไทโอนสูงจะมีสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่ ได้กิน และมีอัตราการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

4. ตำลึง ผักใบเขียวที่ขึ้นข้างรั้วหาง่าย และราคาไม่แพงนี้ ในสมัยก่อนเรามักนำมาทำแกงจืดตำลึงโดยใสเนื้อสัตว์น้อยๆ แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าแกงจืดตำลึงจะมีตำลึงอยู่ไม่กี่ใบ และมีหมูสับเต็มไปหมด ซึ่งตำลึงมีคุณสมบัติ ช่วยผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้น นอกจากนี้สารที่มีอยู่ในตำลึงยังช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย

3. แอปเปิ้ล ประกอบไปด้วยเพกตินสูง เพกตินเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่ช่วยจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายที่ ปะปนมากับอาหาร เช่น ปรอท ตะกั่ว ซึ่งทำลายเซลล์สมอง นี่คือเหตุผลที่เราควรจะกินแอปเบิลเพื่อล้างสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากการศึกษาทดลองยังพบว่าแอปเปิลช่วยขับสารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก และทำให้เกิดไมเกรนในผู้ใหญ่ได้

2. อัลมอนด์ เป็นถั่วที่มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย แม้จะมีไขมัน แต่ก็เป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกาย ในระหว่างที่เราทำการล้างพิษจึงควรกินอัลมอนด์ นอกจากนี้อัลมอนด์ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็จะเกิดอาการไฮเปอร์ไกลซีเมีย ( Hyperglycemia ) ทำให้รู้สึกหิวน้ำมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และหากน้ำตาลในเลือดต่ำที่เรียกว่า ไฮโปไกลซีเมีย( Hypoglycemia )จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ไม่มีแรง คิดอะไรไม่ออก

1. กล้วย มีคุณสมบัติในการบำรุงและสร้างความแข็งแรงแก่กระเพาะอาหาร ในขณะเดียวกันก็ให้เกลือแร่ที่จำเป็นแก่ร่างกาย เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกาย การกินกล้วยเป็นประจำยังช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติอีกด้วย v col.

กำลังช้างสาร สภาพร่างกายที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

กำลังช้างสาร สภาพร่างกายที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แบ่งออกเป็นห้ากลุ่มหลัก ดังนี้ (ตรงนี้ผมว่าสำคัญมาก) โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด ปัญหาการไหลเวียนของกระแสเลือด ซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังอัณฑะ รวมถึงการแข็งตัวของเส้นเลือดแดง (atherosclerosis) โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง การดำรงชีวิต การสูบบุหรี่ (จะยิ่งส่งผลร้ายต่อปัญหาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง) การดื่มสุราจัด และการใช้สารเสพติด (ลดบ้างก็น่าจะช่วยได้เยอะครับ) ความผิดปกติของระบบประสาท และบาดแผล อันเป็นผลจากการได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และกระดูกเชิงกราน
การผ่าตัด ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัดต่อมลูกหมาก และการรักษาด้วยการฉายรังสี การรักษาด้วยยาบางประเภท ยกตัวอย่างเช่นที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง อาการซึมเศร้า และยาบางตัวสำหรับการรักษาโรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร (gastric ulcers) และโรคมะเร็ง หย่อนสมรรถภาพ2 โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นโรคที่พบบ่อย และก่อให้เกิดปัญหาในชีวิตประจำวันในหลายด้าน ผู้ชายทั่วโลกเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากกว่า 100 ล้านคน ประมาณว่า 52% ของชายอายุ 40-70 ปี มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศระดับใดระดับหนึ่ง ในหมู่คนเหล่านี้จำนวนมากจะก่อให้เกิดปัญหาความเครียดที่กระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวตามมา และอาจทำให้เกิดโรคซึมเศร้าสูญเสียความนับถือตัวเอง และมองภาพตัวเองไม่ดี กำลังช้างสาร.

กำลังช้างสาร เมื่อเรารู้แบบนี้แล้วก็ไม่ต้องวิตกกังวลไปครับ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆที่นำพาโรคนี้มาสู่เรา ในปัจบันมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาอาการหย่อนสมรรถภาพมากมายให้เลือกใช้ ถึงจะบอกไม่ได้ว่าจะหายขาดแต่ก็ช่วยบรรเทาได้ บวกกับเราดูแลสุขภาพดีๆ เท่านี้ผมว่าผู้ชายอย่างเราก็คงยิ้มได้ไปอีกนาน กำลังช้างสารสมุนไพรคุณสัมฤทธิ์

ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือโรคอีดี (ED/Erectile dysfunction) หมายถึง การอวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ บางคนอาจจะไม่แข็งตัว บางคนแข็งตัวไม่นานพอ บางคนอาจจะหลั่งเร็ว หลั่งไว สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่เพียงพอ บางคนเรียกปัญหานี้ว่า “กามตายด้าน” กำลังช้างสาร

โรคกามตายด้านมี 3 แบบ คือ

1.) แบบฐมภูมิ คือ การที่องคชาตไม่เคยแข็งตัวเต็มที่ หรือไม่แข็งพอที่จะทำให้ร่วมเพศสำเร็จเลยสักครั้ง
2.) แบบทุติยภูมิ คือ การที่องคชาตเคยแข็งตัวและร่วมเพศได้มาก่อน กำลังช้างสาร  แต่ต่อมาเกิดความผิดปกติขึ้น ทำให้ไม่แข็งตัวเหมือนเดิม
3.) แบบชั่วคราว คือ การที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเป็นครั้งคราวผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ในกรณีนี้ หากพบปัญหาแและรีบรักษาแต่เนิ่นๆ จะหายเป็นปกติได้

ผู้ชายส่วนใหญ่เมื่อถึงวัยกลางคนจะเริ่มมีปัญหากามตายด้านเกิดขึ้น ร้อยละ 37 ผู้ชายอายุ 40-70 ปีเป็นโรคนี้ โดยมีอาการดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด ยิ่งชราจะยิ่งพบผู้ป่วยมากขึ้นไปตามวัย เพราะฮอร์โมนเพศลดลงและความเสื่อมของร่างกาย
การจัดระดับความรุนแรง คือ
– ระดับความรุนแรงน้อย คือ สังเกตได้จากหากมีเพศสัมพันธ์สามารถสำเร็จได้เกือบทุกครั้ง
– ระดับความรุนแรงปานกลาง คือ ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์จะสำเร็จได้ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนครั้งการร่วมเพศ
– ระดับความมรุนแรงมาก คือ ล้มเหลวทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ กำลังช้างสาร.